การควบคุมเพชรที่ยังไม่ได้เจียระนัย( Rough Diamonds ) | 15088

การควบคุมเพชรที่ยังไม่ได้เจียระนัย
( Rough Diamonds )
-----------------------------------------------------------------
1. สถานการณ์ การผลิต และการนำเข้า-ส่งออกเพชร
1.1. การผลิต
เพชรที่ยังไม่ได้เจียระไนขุดได้ครั้งแรกเมื่อ 4,000 ปีมาแล้วในเหมืองประเทศอินเดียการทำเหมืองเพชรสมัยใหม่ที่รู้จักกันทุกวันนี้เกิดขึ้นครั้งแรกในทวีปแอฟริการาวศตวรรษที่ 19 และการผลิตเพชรที่ยังไม่ได้เจียระไนร้อยละ 80 ของเพชรที่ผลิตได้ในโลก ผลิตได้จาก 7 ประเทศ คือ BOTSWANA, RUSSIA, SOUTH AFRICA, ANGOLA, NAMIBIA, AUSTRALIA AND ZAIRE ซึ่งในปี 2543 เหมืองเพชรทั่วโลกผลิตเพชรที่ยังไม่ได้เจียระไนได้ ประมาณ 110 ล้านกะรัต มูลค่าประมาณ 6.8-7 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ จากเหมืองเพชรใน 20 ประเทศ รายละเอียดตามตารางที่ 1 ดังนี้
1) SOUTH AFRICA ผลิตได้ประมาณ 10,574,000 กะรัต มูลค่าประมาณ 1,109.51 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ราคาอยู่ระหว่าง 75-418 เหรียญสหรัฐฯ ต่อกะรัต
2) BOTSWANA ผลิตได้ประมาณ 24,651,000 กะรัต มูลค่าประมาณ 2,125.20 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ราคาอยู่ระหว่าง 50-200 เหรียญสหรัฐฯ ต่อกะรัต
3) NAMIBIA ผลิตได้ประมาณ 1,520,000 กะรัต มูลค่าประมาณ 419.12 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ราคาอยู่ระหว่าง 160-350 เหรียญสหรัฐฯ ต่อกะรัต
4) ANGOLA ผลิตได้ประมาณ 4,006,000 กะรัต มูลค่าประมาณ 739.66 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ราคาอยู่ระหว่าง 70-327 เหรียญสหรัฐฯ ต่อกะรัต
5) Democratic Republic of Congo ผลิตได้ประมาณ 16,500,000 กะรัต มูลค่าประมาณ 585 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ราคาอยู่ที่ 75 เหรียญสหรัฐฯ ต่อกะรัต
6) Republic of Congo ผลิตได้ประมาณ 450,000 กะรัต มูลค่าประมาณ 72 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ราคาอยู่ที่ 160 เหรียญสหรัฐฯ ต่อกะรัต
7) GHANA ผลิตได้ประมาณ 500,000 กะรัต มูลค่าประมาณ 13.5 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ราคาอยู่ที่ 27 เหรียญสหรัฐฯ ต่อกะรัต
8) TANZANIA ผลิตได้ประมาณ 317,000 กะรัต มูลค่าประมาณ 45.96 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ราคาอยู่ที่ 145 เหรียญสหรัฐฯ ต่อกะรัต
9) IVORY COAST ผลิตได้ประมาณ 150,000 กะรัต มูลค่าประมาณ 21.75 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ราคาอยู่ที่ 145 เหรียญสหรัฐฯ ต่อกะรัต
10) LIBERIA ผลิตได้ประมาณ 170,000 กะรัต มูลค่าประมาณ 27.2 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ราคาอยู่ที่ 160 เหรียญสหรัฐฯ ต่อกะรัต
11) SIERRA LEONE ผลิตได้ประมาณ 350,000 กะรัต มูลค่าประมาณ 87.5 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ราคาอยู่ที่ 250 เหรียญสหรัฐฯ ต่อกะรัต
12) GUINEA ผลิตได้ประมาณ 450,000 กะรัต มูลค่าประมาณ 103.5 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ราคาอยู่ระหว่าง 230 เหรียญสหรัฐฯ ต่อกะรัต
13) LESOTHO ผลิตได้ประมาณ 20,000 กะรัต มูลค่าประมาณ 5 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ราคาอยู่ที่ 250 เหรียญสหรัฐฯ ต่อกะรัต
14) BRAZIL ผลิตได้ประมาณ 650,000 กะรัต มูลค่าประมาณ 29.25 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ราคาอยู่ที่ 45 เหรียญสหรัฐฯ ต่อกะรัต
15) VENEZUELA ผลิตได้ประมาณ 350,000 กะรัต มูลค่าประมาณ 45.5 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ราคาอยู่ที่ 130 เหรียญสหรัฐฯ ต่อกะรัต
16) GYANA ผลิตได้ประมาณ 20,000 กะรัต มูลค่าประมาณ 1.7 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ราคาอยู่ที่ 85 เหรียญสหรัฐฯ ต่อกะรัต
17) CHINA ผลิตได้ประมาณ 160,000 กะรัต มูลค่าประมาณ 16.48 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ราคาอยู่ที่ 103 เหรียญสหรัฐฯ ต่อกะรัต
18) AUSTRALIA ผลิตได้ประมาณ 26,200,000 กะรัต มูลค่าประมาณ 360.6 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ราคาอยู่ระหว่าง 13-113 เหรียญสหรัฐฯ ต่อกะรัต
19) CANADA ผลิตได้ประมาณ 2,629,000 กะรัต มูลค่าประมาณ 453.55 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ราคาอยู่ที่ 173 เหรียญสหรัฐฯ ต่อกะรัต
20) RUSSIA ผลิตได้ประมาณ 20,500 กะรัต มูลค่าประมาณ 1,595.00 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ราคาอยู่ระหว่าง 65-90 เหรียญสหรัฐฯ ต่อกะรัต
เพชรที่ยังไม่ได้เจียระไน จำนวน110 ล้านกะรัตดังกล่าว สามารถนำไปผลิตเครื่องประดับเพชรขายทั่วโลกได้ประมาณ 67 ล้านชิ้น ในธุรกิจการผลิตเพชรมีคนทำงานทั่วโลกประมาณ 2 ล้านคน ประกอบด้วยอาชีพ คนทำงานในเหมือง คนเจียระไนเพชร ผู้แทนจำหน่าย ผู้ค้าปลีก และคาดว่าอีกสองปีข้างหน้า คือในปี 2548 การผลิตเพชรที่ยังไม่ได้เจียระไนของโลกจะมีมากกว่า 120 ล้านกะรัต มีมูลค่าประมาณ 8.9-9.2 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ เนื่องมีเหมืองเพชรที่เกิดขึ้นใหม่ และเหมืองเก่ามีการขยายการผลิตอย่างต่อเนื่อง
1.2 การนำเข้า
การนำเข้าเพชรที่ยังไม่ได้เจียระไนของไทยก็ด้วยวัตถุประสงค์ 2 ประการ คือ นำเข้ามาเพื่อเจียระไนเพื่อทำเครื่องประดับ อีกส่วนหนึ่งนำเข้าเพื่อรับจ้างตัดเพชรแล้วส่งกลับออกไปให้แก่ผู้ว่าจ้าง ซึ่งตั้งแต่ปี 2540 จนถึงปัจจุบัน มีการนำเข้าเพชรที่ไม่ได้เจียระไนแต่ละปีมีมูลค่ากว่าหมื่นล้านบาท รายละเอียดตามตารางที่ 2 ดังนี้
ปี 2545 มีการนำเข้าเพชรที่ยังไม่ได้เจียระไนมีปริมาณมากกว่า 7 ล้านกะรัต มีมูลค่ามากกว่า 2 หมื่นล้านบาท สามารถแยกเพชรที่ยังไม่ได้เจียระไน ตามพิกัดอัตราศุลกากร ดังนี้
1) พิกัดอัตราอากรขาเข้าประเภทที่ 7102.10 ปริมาณ 1.63 ล้านกะรัต มูลค่า 11,001.98 ล้านบาท
2) พิกัดอัตราอากรขาเข้าประเภทที่ 7102.21 ซึ่งเป็นเพชรที่ใช้ในทางอุตสาหกรรม ปริมาณ 32.73 หมื่นกะรัต มูลค่า 18.77 ล้านบาท
3) พิกัดอัตราอากรขาเข้าประเภทที่ 7102.31 ซึ่งเป็นเพชรที่ไม่ได้ใช้ในทางอุตสาหกรรม ปริมาณ 6.01 ล้านกะรัต มูลค่า 10,345.77 ล้านบาท
ส่วนในเดือนมกราคม 2546 ซึ่งไทยต้องปฏิบัติภายใต้กรอบ Kimberley Process แล้วมีการนำเข้าเพชรที่ยังไม่ได้เจียระไน ปริมาณมากกว่า 2 แสนกะรัต มีมูลค่ามากกว่าพันล้านบาท สามารถแยกเพชรที่ยังไม่ได้เจียระไน ตามพิกัดอัตราศุลกากร ดังนี้
1) พิกัดอัตราอากรขาเข้าประเภทที่ 7102.10 มีปริมาณ 80.77 หมื่นกะรัต มูลค่า 489.45 ล้านบาท
2) พิกัดอัตราอากรขาเข้าประเภทที่ 7102.21 ซึ่งเป็นเพชรที่ใช้ในทางอุตสาหกรรม ปริมาณ 2.35 พันกะรัต มูลค่า 4.24 ล้านบาท
3) พิกัดอัตราอากรขาเข้าประเภทที่ 7102.31 ซึ่งเป็นเพชรที่ไม่ได้ใช้ในทางอุตสาหกรรม ปริมาณ 1.51 แสนกะรัต มูลค่า 1,067.70 ล้านบาท
การนำเข้าเพชรที่ยังไม่ได้เจียระไนของไทยส่วนใหญ่นำเข้าจาก 2 ประเทศหลัก คือ ประเทศอิสราเอล และประเทศเบลเยียม เนื่องจากประเทศทั้งสองว่าจ้างประเทศไทยตัดเพชรที่ยังไม่ได้เจียระไนให้เป็นจำนวนมาก รายละเอียดตามตารางที่ 3 ดังนี้
ในปี 2545 ไทยนำเข้าเพชรที่ยังไม่ได้เจียระไนจากประเทศอิสราเอล ปริมาณ 6.05 ล้านกะรัต มูลค่า 11,275.90 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ78.89 และประเทศเบลเยียม ปริมาณ 1.20 ล้านกะรัต มูลค่า 7,672.84 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 15.68
ส่วนในปี 2546 ในเดือนมกราคม ซึ่งอยู่ในช่วงที่ไทยต้องปฏิบัติภายใต้กรอบ Kimberley Process แล้ว มีนำเข้าเพชรที่ยังไม่ได้เจียระไนจากประเทศอิสราเอล ปริมาณ 1.26 แสนกะรัต มูลค่า 887.92 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 54.03และประเทศเบลเยียม ปริมาณ 53.66 หมื่นกะรัต มูลค่า 320.53 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 22.84
1.3 การส่งออก
การส่งออกเพชรที่ยังไม่ได้เจียระไนของไทยมีอยู่ 2 ลักษณะ คือ เพชรที่ยังไม่ได้เจียระไนที่นำเข้ามาเพื่อรับจ้างตัด แล้วส่งกลับคืนออกไปให้ผู้ว่าจ้าง กับเพชรที่ยังไม่ได้เจียระไนที่นำเข้ามาแล้วมีขนาดไม่เหมาะสมกับการเจียระไน หรือมีคุณภาพไม่ได้ตามความต้องการ ก็จะส่งออกไป ซึ่งไทยส่งออกเพชรที่ยังไม่ได้เจียระไนในแต่ละปีไม่ต่ำกว่าปีละ 1 พันล้านบาท รายละเอียดตามตารางที่ 4 ดังนี้
ปี 2545 ไทยส่งออกเพชรที่ยังไม่ได้เจียระไน ปริมาณ1.67 ล้านกะรัต มูลค่า 11,122.45 ล้านบาท สามารถแยกเพชรที่ยังไม่ได้เจียระไน ตามพิกัดอัตราศุลกากร ดังนี้
1) พิกัดอัตราอากรขาเข้าประเภทที่ 7102.10 ปริมาณ 1.95 แสนกะรัต มูลค่า 865.29 ล้านบาท
2) พิกัดอัตราอากรขาเข้าประเภทที่ 7102.21 ซึ่งเป็นเพชรที่ใช้ในทางอุตสาหกรรม ปริมาณ 1.39 ล้านกะรัต มูลค่า 9,826.77 ล้านบาท
3) พิกัดอัตราอากรขาเข้าประเภทที่ 7102.31 ซึ่งเป็นเพชรที่ไม่ได้ใช้ในทางอุตสาหกรรม ปริมาณ 4.29 พันกะรัต มูลค่า 20.11 ล้านบาท
ส่วนในเดือนมกราคม 2546 ซึ่งอยู่ในช่วงที่ไทยต้องปฏิบัติภายใต้กรอบ Kimberley Process แล้ว มีการส่งออกเพชรที่ยังไม่ได้เจียระไน ปริมาณมากกว่า 1 แสนกะรัต มีมูลค่ามากกว่า 800 ล้านบาท สามารถแยกเพชรที่ยังไม่ได้เจียระไน ตามพิกัดอัตราศุลกากร ดังนี้
1) พิกัดอัตราอากรขาเข้าประเภทที่ 7102.10 มีปริมาณ 8.55 พันกะรัต มูลค่า 47.54 ล้านบาท
2) พิกัดอัตราอากรขาเข้าประเภทที่ 7102.21 ซึ่งเป็นเพชรที่ใช้ในทางอุตสาหกรรม ปริมาณ 1.01 แสนกะรัต มูลค่า 743.48 ล้านบาท
3) พิกัดอัตราอากรขาเข้าประเภทที่ 7102.31 ซึ่งเป็นเพชรที่ไม่ได้ใช้ในทางอุตสาหกรรม ปริมาณ 4.29 พันกะรัต มูลค่า 20.11 ล้านบาท
ประเทศไทยส่งออกเพชรที่ยังไม่ได้เจียระไนไป 2 ประเทศหลัก คือ ประเทศอิสราเอล และประเทศเบลเยียม เนื่องจากประเทศทั้งสองว่าจ้างประเทศไทยตัดเพชรที่ยัง
ไม่ได้เจียระไนเป็นจำนวนมาก รายละเอียดตามตารางที่ 5
ในปี 2545 ไทยส่งออกเพชรที่ยังไม่ได้เจียระไนไปประเทศอิสราเอล ปริมาณ 1.67 ล้านกะรัต มูลค่า 11,122.45 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 69.51 และประเทศเบลเยียม ปริมาณ 4.35 แสนกะรัต มูลค่า 2,021.54 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 25.99
ส่วนในปี 2546 ในเดือนมกราคม ซึ่งไทยต้องปฏิบัติภายใต้กรอบ Kimberley Process แล้ว ไทยส่งออกเพชรที่ยังไม่ได้เจียระไนไปประเทศอิสราเอล ปริมาณ 9.9 หมื่นกะรัต มูลค่า 742.40 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 86.78 และประเทศเบลเยียม ปริมาณ 1.4 หมื่นกะรัต มูลค่า 66.02 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 12.38
2. มาตรการควบคุม
2.1 ความเป็นมาของการควบคุมเพชรที่ยังไม่ได้เจียระไน
ในทวีปแอฟริกามีประเทศที่เป็นแหล่งผลิตเพชรที่ยังไม่ได้เจียระไน (Rough Diamond) หลายประเทศ ที่เกิดสงครามกลาง เช่น ประเทศอังโกลา เซียร์ราลีโอน และ
คองโก ผู้ก่อการร้ายและกบฎในประเทศดังกล่าวได้ใช้เงินที่ได้จากการค้าเพชรที่ยังไม่ได้เจียระไนเป็นเงินทุนในการซื้ออาวุธสงคราม เพื่อไปสู้รบกันทำให้เกิดความเสียหายแก่
ทรัพย์สินและชีวิตของประชาชน ซึ่งเพชรมีแหล่งที่มาจากกลุ่มผู้ก่อการร้ายหรือกบฎในประเทศที่มีสงครามกลางเมืองนี้ เรียกว่า Conflict Diamond ซึ่งต่อมาสหประชาชาติได้มีมติห้ามประเทศสมาชิกนำเข้าเพชรที่ยังไม่ได้เจียระไนจากประเทศ สาธารณรัฐอังโกลา สาธารณรัฐเซียร์ราลีโอน และสาธารณรัฐไลบีเรีย
ในการประชุมเพชรโลกที่กรุงแอนเทวิร์พ ประเทศเบลเยียม เมื่อเดือนกรกฎาคม 2543 กลุ่มองค์กรอิสระ (NGO) ได้ออกมาต่อต้านการค้า Conflict Diamond เพื่อหยุดยั้งการทำสงครามซึ่งสร้างความเสียหายแก่ทรัพย์สินและชีวิตของประชาชน และได้เรียกร้องให้กลุ่มอุตสาหกรรมผู้ผลิตเพชรโลกออกใบรับรองแหล่งที่มาและความถูกต้องตามกฎหมายของเพชร ผู้ผลิตเพชรที่ยังไม่ได้เจียระไนในแอฟริกาได้ร่วมกันหารือและผลักดันเรื่องดังกล่าว จนสหประชาชาติได้มีมติที่55/56 (2000) เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2543 ให้มีการประชุมนานาชาติในกรอบที่เรียกว่า Kimberley Process เพื่อกำหนดแนวทางการออกใบรับรองระหว่างประเทศสำหรับเพชรที่ยังไม่ได้เจียระไน (International Certification Scheme) เพื่อเป็นมาตรการในการขจัดและป้องกันการค้าเพชรที่มีแหล่งกำเนิดในพื้นที่ที่อยู่ในการยึดครองของฝ่ายกบฎต่อต้านรัฐบาลที่ถูกต้องตามกฎหมาย (Conflict Diamond) โดยใช้รายได้จากการค้าเพชรที่ยังไม่ได้เจียระไนจัดซื้ออาวุธไปทำสงครามล้มล้างรัฐบาลต่อไป
2.2 มาตรการของ Kimberley Process
Kimberley Process เป็นองค์กรนานาชาติที่จัดตั้งขึ้นโดยกลุ่มอุตสาหกรรมเพชรทั่วโลกทั้งหมด 52 ประเทศ ประกอบด้วย ประเทศ Angola, Australia, Botswana, Brazil,Burkina Faso, Canada, Cote d’lvoire, People’s Republic of China, Cyprus, Czech Republic, Democratic Republic of Congo, Austria, Belgium, Finland, France, Germany,Greece, Holland, Ireland, Italy, Luxembourg, Denmark, Portugal, Spain, Sweden, United Kingdom, Gabon, Ghana, India, Israel, Japan, Republic of Korea, Lesotho, Malta, Mauritius, Mexico, Namibia, Norway, Philippines, Russian Federation, Sierra Leone, Socialist Republic of Vietnam, South Africa, Swaziland, Switzerland, Tanzania, Thailand,Ukraine, United Arab Emirates, United States of America and Zimbabwe และกลุ่ม NGO จำนวนหนึ่ง ณ เมือง Kimberley ประเทศสหภาพแอฟริกาใต้ เพื่อกำหนดแนวทางและจัดตั้งระบบการออกใบรับรองสำหรับเพชรที่ยังไม่ได้เจียระไนให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน และเป็นที่ยอมรับของนานาชาติ ซึ่งจะช่วยขจัดและป้องกันมิให้มีการนำเอารายได้จากการค้าเพชรที่ยังไม่ได้เจียระไนที่มีแหล่งกำเนิดในพื้นที่ที่อยู่ในการยึดครองของฝ่ายต่อต้านรัฐบาลที่ถูกต้อง มาใช้ประโยชน์ในการจัดหาอาวุธยุทโธปกรณ์และเสบียงเพื่อการสงคราม รวมทั้งเป็นการปกป้องอุตสาหกรรมผู้ค้าเพชรโดยถูกต้องมิให้ได้รับผลกระทบจากมาตรการอื่นๆ ที่อาจถูกนำมาใช้ในอนาคต
การประชุม Kimberley Process ที่ผ่านมาจะมีอยู่ 2 ระดับ คือ ระดับตัวแทนภาครัฐ หน่วยงานเอกชน และองค์การอิสระ เพื่อหาข้อสรุปและแนวทางการออกใบรับรองสำหรับเพชรที่ยังไม่ได้เจียระไนภายใต้กรอบ Kimberley Process และระดับรัฐมนตรี เพื่อให้การยอมรับระบบการออกหนังสือรับรองสำหรับเพชรที่ยังไม่ได้เจียระไนภายใต้กรอบ Kimberley Process ซึ่งการประชุม Kimberley Process ที่มีความสำคัญก่อให้เกิดความตกลงในการออกใบรับรองเพชรที่ยังไม่ได้เจียระไน คือ
1) การประชุมกรอบ Kimberley Process ระหว่างวันที่ 26-29 พฤศจิกายน 2544 ณ กรุงกาบาโรเน ประเทศบอตสวานา ซึ่งสามารถกำหนดข้อสรุปและแนวทางการออกใบรับรองสำหรับเพชรที่ยังไม่ได้เจียระไนภายใต้กรอบKimberley Process ดังนี้
1.1 เพชรที่ยังไม่ได้เจียระไนที่อยู่ในข่ายควบคุมที่จะต้องใช้การออกใบรับรองฯ ได้แก่สินค้าตามระหัส HS 7102.10 HS 7102.21 และ HS 7102.31
1.2 การจัดทำระบบการออกใบรับรองสำหรับเพชรที่ยังไม่ได้เจียระไน (Kimberley Process Certificate) เพื่อแนบไปกับการส่งออกเพชรที่ยังไม่ได้เจียระไนทุกครั้ง โดยให้เป็นไปตามมาตรฐานขั้นต่ำระหว่างประเทศ
1.3 ต้องแจ้งรูปแบบของใบรับรองฯ ให้ประเทศสมาชิกอื่นได้รับทราบผ่านประธาน Kimberley Process
1.4 จัดตั้งระบบควบคุมภายใน เพื่อป้องกันการนำเข้าและส่งออกเพชรที่ยังไม่ได้เจียระไน ซึ่งอาจเพิ่มเติมตามข้อแนะนำ
1.5 มีการแต่งตั้งหน่วยงานที่กำกับและดูแลการนำเข้าและส่งออกเพชรที่ยังไม่ได้เจียระไน และสามารถที่จะตรวจสอบได้
1.6 หากจำเป็นต้องมีการแก้ไขปรับปรุงกฎหมายหรือกฎระเบียบให้เอื้ออำนวยต่อระบบการออกใบรับรองฯ ดังกล่าว และมีบทลงโทษต่อผู้กระผิด
1.7 ประเทศสมาชิกจะต้องดำเนินการจัดเก็บข้อมูลด้านการผลิต การนำเข้า การส่งออก ที่ถูกต้องและโปร่งใส และข้อมูลดังกล่าวจะต้องเป็นไปตามรายละเอียดว่าด้วยสถิติและจะต้องพิมพ์เผยแพร่ข้อมูลดังกล่าวให้ประเทศสมาชิกอื่นๆ
1.8 สำหรับประเทศสมาชิกที่นำเข้าเพชรที่ยังไม่ได้เจียระไนจากประเทศสมาชิก ด้วยกัน จะต้องมีใบรับรองที่ถูกต้อง และมีหน้าที่ตอบรับยืนยันเมื่อได้รับสินค้า และแจ้งไปยังหน่วยงานรับผิดชอบของประเทศที่ส่งออกโดยทันที ซึ่งการตอบรับยืนยันจะต้องประกอบด้วยข้อมูล เช่น หมายเลขใบรับรองฯ จำนวนห่อพัสดุ น้ำหนักกะรัต และรายละเอียดของผู้นำเข้าและผู้ส่งออก และใบรับรองฯ ต้นฉบับจะต้องพร้อมที่จะได้รับการตรวจสอบภายในระยะเวลาไม่ต่ำกว่า3 ปี
1.9 ประเทศสมาชิกจะไม่อนุญาตให้มีการนำเข้าหรือส่งออกกับประเทศที่ไม่ได้เข้าร่วมเป็นสมาชิก Kimberley Process
1.10 การจัดระบบการรับรองระหว่างประเทศไม่ควรขัดแย้งกับกฎหมายระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้องกับการค้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งกฎระเบียบของ WTO
1.11 ให้มีการจัดตั้งสำนักงานถาวรของ Kimberley Process ภายหลังจากที่สหประชาชาติรับรองข้อเสนอตามเอกสาร Kimberley Process Working Document nr 9/2001 แล้ว โดยจะมีการประชุมระหว่างประเทศสมาชิกและผู้เข้าร่วมสังเกตการณ์เป็นประจำทุกปี และจะมีการเลือกประธานใหม่ทุกปี ซึ่งการจัดประชุมจะจัดในประเทศที่เป็นประธานการประชุม ยกเว้นจะมีประเทศอื่นใดเสนอเป็นเจ้าภาพจัดแทน และประเทศสมาชิกอื่นให้ความเห็นชอบ
1.12 การรับประเทศสมาชิกให้เป็นไปในลักษณะเปิดกว้างที่สุด
1.13 ใบรับรองการส่งออกเพชรที่ยังไม่ได้เจียระไนจะต้องมีรายละเอียดเกี่ยวกับแหล่งกำเนิดของเพชรที่ส่งออก รหัสหมายเลข ห่อพัสดุที่ป้องกันการแกะหรือปลอมแปลงเอกสาร วันที่ออก/หมดอายุ เจ้าหน้าที่ผู้ออก รายละเอียดของผู้ส่งออกและผู้นำเข้า น้ำหนักกะรัต มูลค่าเป็นเงินดอลลาร์สหรัฐ จำนวนห่อพัสดุ เป็นต้น
|
ตัวอย่างKimberley Process Certificate
|
 |
2) การประชุมระดับรัฐมนตรี Kimberley Process ระหว่างวันที่ 4-5 พฤศจิกายน 2545ณ เมือง Interlaken ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ มีรัฐมนตรีและหัวหน้าผู้แทนของประเทศ Angola, Australia, Botswana, Brazil, Burkina Faso, Canada, Cote d’lvoire, People’s Republic of China, Cyprus, Czech Republic, Democratic Republic of Congo, the European Community, Gabon, Ghana, Guinea, India, Israel, Japan, Republic of Korea, Lesotho, Malta, Mauritius, Mexico, Namibia, Norway, Philippines, Russian Federation, Sierra Leone, South Africa, Swaziland, Switzerland, Tanzania, Thailand, Ukraine, United Arab Emirates, United States of America and Zimbabwe เข้าร่วมประชุม ซึ่งมีมติการประชุมที่สำคัญ ดังนี้
2.1 รัฐมนตรีรับรองมาตรการออกหนังสือรับรองระหว่างประเทศสำหรับเพชรที่ยังไม่ได้เจียระไน (Kimberley Process Certification Scheme)
2.2 รัฐมนตรียืนยันข้อผูกพันเดิมให้เริ่มใช้มาตรการดังกล่าวพร้อมกันตั้งแต่วันที่ 1มกราคม 2546
2.3 รัฐมนตรีจะให้เป็นที่มั่นใจว่า มาตรการดังกล่าวจะสอดคล้องกับกฎระเบียบการค้าระหว่างประเทศ
2.4 รัฐมนตรีสั่งให้มีการทบทวนความคืบหน้าของการบังคับใช้มาตรการดังกล่าวในการประชุมครั้งต่อไปต้นปีหน้า
3) สำนักงาน Kimberley Process ได้กำหนดเวลาว่า ภายในวันที่ 28 เมษายน 2546 ประเทศสมาชิกทุกประเทศต้องมีระบบที่สมบูรณ์ทั้งการออกหนังสือรับรอง การบังคับใช้กฎระเบียบ รวมทั้งระบบตรวจสอบการนำเข้า-ส่งออกเพชรที่สอดคล้องกับความตกลงดังกล่าว มิฉะนั้น จะไม่ได้รับการยอมรับให้ค้าขายเพชรในระบบนี้
2.3 มาตรการของไทย
มาตรการของไทยเกี่ยวกับการควบคุมเพชรนั้น แบ่งออกได้เป็น 2 ส่วน คือ
1) มาตรการควบคุมเพชรตามมติคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาาชาติ ได้แก่ มาตรการคว่ำบาตรต่อประเทศที่มีสงครามกลางเมืองก่อให้เกิด Conflict Diamond ดังนี้
ก) ห้ามนำเข้าเพชรจากสาธารณรัฐอังโกลา ทั้งโดยทางตรงและโดยอ้อม ตามข้อมติคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ที่ 1173 (1998) และที่ 1176 (1998) ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ได้ออกมาตรการตามมติดังกล่าว โดยออกประกาศกระทรวงพาณิชย์ ว่าด้วยการนำเข้ามาในราชอาณาจักร (ฉบับที่ 133) พ.ศ. 2541 กำหนดให้เพชรที่ส่งมาจาก หรือมีแหล่งกำเนิดจากสาธารณรัฐอังโกลา เป็นสินค้าที่จะต้องมีหนังสือรับรองของรัฐบาลแห่งเอกภาพและการปรองดองแห่งชาติในการนำเข้ามาในราชอาณาจักร รายละเอียดตามประกาศแนบ 1ภาคผนวก
ข) ห้ามนำเข้าเพชรที่ยังไม่ได้เจียระไนจากสาธารณรัฐเซียร์ราลีโอน ทั้งทางตรงและทางอ้อม ตามข้อมติคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ที่ 1306 (2000) ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ได้ออกมาตรการห้ามนำเข้าเพชร โดยออกประกาศกระทรวงพาณิชย์ ว่าด้วยการนำเข้ามาในราชอาณาจักร (ฉบับที่ 141) พ.ศ. 2544 กำหนดให้เพชรที่ยังไม่ได้เจียระไนทุกชนิดที่ส่งมาจาก หรือมีแหล่งกำเนิดจากสาธารณรัฐเซียร์ราลีโอน เป็นสินค้าต้องห้ามในการนำเข้ามาในราชอาณาจักร รายละเอียดตามประกาศแนบ 2 ภาคผนวก
ค) ห้ามนำเข้าเพชรที่ยังไม่ได้เจียระไนจากสาธารณรัฐไลบีเรีย ทั้งทางตรงและทางอ้อม ตามข้อมติคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ที่ 1343 (2001) ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ได้ออกมาตรการห้ามนำเข้าเพชร โดยออกประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง การนำเข้าเพชรที่ยังไม่ได้เจียระไนจากสาธารณรัฐไลบีเรีย พ.ศ. 2545 กำหนดให้เพชรที่ยังไม่ได้เจียระไนทุกชนิดที่ส่งมาจาก หรือมีแหล่งกำเนิดจากสาธารณไลบีเรีย เป็นสินค้าต้องห้ามในการนำเข้ามาในราชอาณาจักร รายละเอียดตามประกาศแนบ 3 ภาคผนวก
2) มาตรการควบคุมเพชรตามความตกลงภายใต้กรอบ Kimberley Process สหประชาชาติได้สนับสนุนให้มีมาตรการควบคุมการซื้อเพชรที่มีแหล่งที่มาจากกลุ่มผู้ก่อการร้ายหรือกบฎในประเทศที่มีสงครามกลางเมือง (Conflict Diamond) และเพื่อป้องกันการกีดกันทางการค้าสำหรับอัญมณีและเครื่องประดับจากประเทศไทย ที่ยังไม่มีมาตรการป้องกันและควบคุมการซื้อขาย Conflict Diamond สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนจึงได้ออกคำสั่ง ที่ 4/2544 ลงวันที่ 20 สิงหาคม 2544 แต่งตั้งคณะทำงานกำหนดมาตรการป้องกันและควบคุมการค้าเพชรที่ผิดกฎหมาย ประกอบด้วย เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน เป็นประธานคณะทำงาน ผู้แทนกระทรวงการต่างประเทศ ผู้แทนกรมศุลกากร ผู้แทนกรมส่งเสริมการส่งออก ผู้แทนกรมการค้าต่างประเทศ ผู้แทนกรมทรัพยากรธรณี ผู้แทนสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ผู้แทนสมาคมผู้ประกอบการเจียระไนเพชร และผู้แทนสมาคมผู้ค้าอัญมณีไทยและเครื่องประดับ เป็นคณะทำงาน มีอำนาจหน้าที่ ดังนี้
ก) ประสานกับองค์กรระหว่างประเทศ เพื่อหารือประเด็นเกี่ยวกับ Conflict Diamond
ข) รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับกฎระเบียบระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้องกับ Conflict Diamond
ค) ศึกษาและเสนอแนะเพื่อให้มีการออกกฎระเบียบที่จำเป็นและควบคุมการค้า Conflict Diamond
ง) จัดให้มีหน่วยงานเฉพาะเพื่อรับผิดชอบในการวางมาตรการป้องกันและควบคุมการค้าเพชรที่ผิดกฎหมาย (Conflict Diamond)
จ) ปฏิบัติงานอื่นตามที่คณะกรรมการมอบหมาย
คณะทำงานกำหนดมาตรการป้องกันและควบคุมการค้าเพชรที่ผิดกฎหมายได้ประชุมกันหลายครั้ง ครั้งล่าสุดประชุมเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2545 เพื่อหารือเกี่ยวกับกระบวนการออกหนังสือรับรองการนำเข้าและส่งออกเพชรที่ยังไม่ได้เจียระไน สรุปผลการประชุมได้ ดังนี้
1) ให้กรมการค้าต่างประเทศเป็นหน่วยงานหลักในการกำกับดูแลการนำเข้าและออกหนังสือรับรองส่งออกเพชรที่ยังไม่ได้เจียระไน ตามความตกลง Kimberley Process
2) กรมการค้าต่างประเทศ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน และสมาคมผู้ประกอบการเจียระไนเพชร จะประสานข้อมูลระหว่างกัน และประสานประธานคณะกรรมการ Kimberley Process ที่ประเทศสหภาพแอฟริกาใต้ เพื่อดำเนินการออกหนังสือรับรองให้เป็นไปตามความตกลง Kimberley Process ทั้งนี้ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน และสมาคมผู้ประกอบการเจียระไนเพชร ยืนยันที่จะดูแล และประสานผู้ประกอบการที่อยู่นอกอุตสาหกรรมเจียระไนเพชร และผู้อยู่นอกการส่งเสริมของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ที่อาจมีการนำเข้าเพชรที่ยังไม่ได้เจียระไน ให้ได้รับการเห็นชอบโดยสะดวกเช่นเดียวกันด้วย
3) กระทรวงอุตสาหกรรม โดยสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน จะมีหนังสือขอให้กระทรวงพาณิชย์ดำเนินการออกประกาศกำหนดให้การนำเข้าและส่งออกเพชรที่ยังไม่ได้เจียระไนต้องมีหนังสือรับรองการนำเข้าและส่งออก เพื่อให้กระทรวงพาณิชย์ใช้ประกอบการเสนอร่างประกาศและระเบียบกระทรวงพาณิชย์เข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีตามขั้นตอนต่อไป ซึ่งหากวันที่ 1 มกราคม 2546 ประกาศยังไม่มีผลบังคับใช้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะปฏิบัติตามกระบวนการตามระบบ Kimberley Process ไปก่อน ด้วยความร่วมมือระหว่างกันเพื่อมิให้เกิดผลกระทบต่อการส่งออกอัญมณีของไทยโดยรวม
3. การดำเนินการของกระทรวงพาณิชย์เกี่ยวกับมาตรการควบคุมเพชรฯภายใต้กรอบความตกลง Kimberley Process
1) กระทรวงพาณิชย์ได้นำเสนอคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2545 ขออนุมัติให้กระทรวงพาณิชย์รออกประกาศกระทรวงพาณิชย์กำหนดให้เพชรที่ยังไม่ได้เจียระไนทุกชนิด เป็นสินค้าที่ต้องมีหนังสือรับรองซึ่งออกโดยกระทรวงพาณิชย์ในการส่งออกไปนอกราชอาณาจักร และเป็นสินค้าที่ต้องมีหนังสือรับรองซึ่งออกโดยประเทศผู้ส่งออกในการนำเข้ามาในราชอาณาจักร ประกอบกับมีกรอบเวลาจำกัด เนื่องจากมีความจำเป็นเร่งด่วนต้องดำเนินการตามข้อมติของสมัชชาสหประชาชาติ และกรอบความตกลง Kimberley Process จึงขออนุมัติในหลักการในกรณีที่ประกาศกระทรวงพาณิชย์ไม่สามารถมีผลบังคับใช้ได้ทันวันที่ 1 มกราคม 2546 ขอให้กระทรวงพาณิชย์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ และเอกชนดำเนินกระบวนการออกหนังสือรับรอง ตามกรอบความตกลง Kimberley Process ไปก่อน เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายต่ออุตสาหกรรมการเจียระไนเพชร และอุตสาหกรรมอัญมณีเครื่องประดับ ของไทย ซึ่งมีมูลค่าการส่งออกปีละประมาณ 1 แสนล้านบาท
2) คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 14 มกราคม 2546 อนุมัติหลักการร่างประกาศ/ระเบียบกระทรวงพาณิชย์เกี่ยวกับมาตรการออกหนังสือรับรองเพชรดิบตามกรอบความตกลง Kimberley Process และเห็นชอบแนวทางดำเนินกระบวนการออกหนังสือรับรองไปก่อน ซึ่งร่างประกาศและร่างระเบียบกระทรวงพาณิชย์ กำหนดให้เพชรที่ยังไม่ได้เจียระไนทุกชนิดตามพิกัดอัตราอากรขาเข้าประเภทที่ 7102.10, 7102.21 และ7102.31 เป็นสินค้าที่ต้องมีหนังสือรับรอง และกำหนดให้ผู้ส่งออกและนำเข้าต้องปฏิบัติ ดังนี้
2.1) การนำเข้า
1) การนำเข้ามาในราชอาณาจักร ผู้นำเข้าต้องขึ้นทะเบียนไว้กับกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ โดยให้นำเข้าได้เฉพาะเพชรที่ยังไม่ได้เจียระไนจากประเทศสมาชิกภายใต้กรอบความตกลง Kimberley Processและต้องมีหนังสือรับรองการส่งออกเพชรที่ยังไม่ได้เจียระไน ซึ่งออกโดยประเทศสมาชิกดังกล่าว เพื่อแสดงประกอบพิธีการนำเข้าต่อกรมศุลกากร กระทรวงการคลัง โดยแบบพิมพ์หนังสือรับรองการส่งออก ต้องถูกต้องตามแบบของประเทศที่ส่งออก ซึ่งกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ได้แจ้งให้กรมศุลกากร กระทรวงการคลัง ทราบ
2) ผู้ประสงค์จะนำเข้าเพชรที่ยังไม่ได้เจียระไนต้องปฏิบัติ ดังนี้
ก) ยื่นคำขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้นำเข้าเพชรที่ยังไม่ได้เจียระไน พร้อมทั้งแจ้งปริมาณคงเหลือของเพชรที่ยังไม่ได้เจียระไน ตามแบบที่อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศประกาศกำหนด
ข) การนำเข้าเพชรที่ยังไม่ได้เจียระไน ผู้นำเข้าต้องส่งสำเนาหนังสือรับรองการส่งออกเพชรที่ยังไม่ได้เจียระไนจากประเทศผู้ส่งออกที่เป็นสมาชิกภายใต้กรอบความตกลง Kimberley Process พร้อมรายละเอียดการนำเข้าตามแบบที่อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศประกาศกำหนดต่อกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ และสมาคมผู้ประกอบการเจียระไนเพชร ภายใน 3 วันนับแต่วันนำเข้า
เพื่ออำนวยความสะดวก ผู้นำเข้าอาจส่งหลักฐานหรือเอกสารโดยทางโทรสาร สื่ออิเล็กทรอนิกส์ หรือสื่อทางเทคโนโลยีสารสนเทศประเภทอื่นก็ได้
ค) ให้กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ แจ้งรายชื่อผู้นำเข้าที่ขึ้นทะเบียนตามข้อ 1 ต่อกรมศุลกากร กระทรวงการคลัง และสมาคมผู้ประกอบการเจียระไนเพชร
2.2) การส่งออก
1) การส่งออกไปนอกราชอาณาจักร ผู้ส่งออกต้องมีหนังสือรับรอเพชรที่ยังไม่ได้เจียระไนภายใต้กรอบความตกลง Kimberley Process ซึ่งออกโดยกรมการค้าต่างประเทศกระทรวงพาณิชย์ เพื่อไปแสดงประกอบพิธีการส่งออกต่อกรมศุลกากร กระทรวงการคลัง
2) ผู้ประสงค์จะส่งออกเพชรที่ยังไม่ได้เจียระไน จะต้องยื่นขอหนังสือรับรองการส่งออก ตามแบบที่อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศประกาศกำหนด พร้อมด้วยหลักฐานหรือเอกสาร ดังต่อไปนี้
ก) สำเนาหนังสือรับรองการส่งออกเพชรที่ยังไม่ได้เจียระไนจากประเทศผู้ส่งออกที่เป็นประเทศสมาชิกภายใต้กรอบความตกลง Kimberley Process พร้อมแจ้งปริมาณคงเหลือเพชรที่ไม่ได้เจียระไน ตามแบบที่อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศประกาศกำหนด
ข) สำเนาบัญชีราคาสินค้า (Invoice) หรือใบเสนอราคาสินค้าล่วงหน้า (Proforma Invoice) หรือหลักฐานทางการค้าอื่นใด ที่ระบุ ชนิด จำนวน ของเพชรที่ยังไม่ได้เจียระไนที่จะขอหนังสือรับรองการส่งออก
3) การดำเนินการของกรมการค้าต่างประเทศภายใต้กรอบความตกลง Kimberley Proces)
3.1) ขึ้นทะเบียนเป็นผู้นำเข้าเพชรที่ยังไม่ได้เจียระไน (Rough Diamonds) จำนวน 29 ราย พร้อมแจ้งรายชื่อให้กรมศุลกากร สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน สมาคมผู้ประกอบการเจียระไนเพชร ทราบ
3.2) ออกหนังสือรับรองการส่งออกเพชรที่ไม่ได้เจียระไนถึงวันที่ 31 มีนาคม 2546จำนวน 140 ฉบับ เป็นหนังสือรับรองการส่งออกฯ ชั่วคราว จำนวน 115 ฉบับ และหนังสือรับรองฉบับจริง จำนวน 25 ฉบับ ซึ่งเป็นการส่งออกเพชรที่ไม่ได้เจียระไนไปประเทศอิสราเอล เบลเยียม และจีน พร้อมแจ้งให้ประเทศที่นำเข้าทั้งสามทราบแล้ว
3.3) ส่งตัวอย่างหนังสือรับรองการส่งออกเพชรที่ยังไม่ได้เจียระไนของกรมการค้าต่างประเทศ กระบวนการออกหนังสือรับรองระหว่างประเทศสำหรับเพชรที่ยังไม่ได้เจียระไนภายใต้กรอบความตกลง Kimberley Process รายชื่อผู้มีอำนาจลงนามในหนังสือรับรองพร้อมลายมือชื่อ ตราประทับ และสถานที่และผู้ติดต่อประสานงาน ให้ประธาน Kimberley Process และประเทศสมาชิกทุกประเทศทราบแล้ว
3.4) จัดระบบตรวจสอบการนำเข้าและส่งออกเพชรที่ยังไม่ได้เจียระไน
3.5) ประสานข้อมูลกับสมาคมผู้ประกอบการเจียระไนเพชร
4. ปัญหา แนวทางแก้ไข
4.1 ปัญหา
1) กระทรวงอุตสาหกรรม โดยสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนยังไม่ได้ออกหนังสืออย่างเป็นทางการแจ้งให้กระทรวงพาณิชย์ออกประกาศกำหนดมาตรการออกหนังสือรับรองการนำเข้าและส่งออกเพชรที่ยังไม่ได้เจียระไน ตามมติคณะทำงานฯ เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2545 หากกระทรวงพาณิชย์ไม่เร่งนำเสนอคณะรัฐมนตรี เพื่อออกประกาศให้ทันวันที่ 1 มกราคม 2546 ซึ่ง Kimberley Process กำหนดให้เริ่มใช้มาตรการออกหนังสือรับรองระหว่างประเทศสำหรับเพชรที่ยังไม่ได้เจียระไน (Kimberley Process Certification Scheme) อาจเกิดความเสียหายแก่อุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับของไทยโดยรวมได้
2) การนำเสนอคณะรัฐมนตรีอนุมัติให้กระทรวงพาณิชย์ออกประกาศและระเบียบกำหนดให้เพชรที่ยังไม่ได้เจียระไนทุกชนิด เป็นสินค้าที่ต้องมีหนังสือรับรองในการส่งออกและนำเข้ามาในราชอาณาจักร ยังมีขั้นตอนการพิจารณาทางกฎหมายของคณะกรรมการกฤษฎีกา ซึ่งต้องใช้เวลา ทำให้อาจไม่สามารถดำเนินกระบวนการออกหนังสือรับรองฯ ในวันที่ 1 มกราคม 2546 ได้
3) หนังสือรับรองการส่งออกเพชรที่ยังไม่ได้เจียระไนของกรมการค้าต่างประเทศไม่สามารถพิมพ์ใช้ได้ทันทีเมื่อเริ่มกระบวนการออกหนังสือรับรองดังกล่าว ซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้ส่งออกเพชรได้
4) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนไม่ออกหนังสือให้ความเห็นชอบการส่งออกเพชรที่ยังไม่ได้เจียระไนให้แก่ผู้ส่งออกเพื่อนำมาเป็นหลักฐานในการขอหนังสือรับรองการส่งออกเพชรฯ กับกรมการค้าต่างประเทศ ตามมติคณะทำงานกำหนดมาตรการป้องกันและควบคุมการค้าเพชรที่ผิดกฎหมาย เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2545โดยแจ้งว่า สำนักงานฯ ไม่มีอำนาจในการออกหนังสือให้ความเห็นชอบดังกล่าว
5) ในการประชุมเพื่อตรวจร่างประกาศและระเบียบกระทรวงพาณิชย์เกี่ยวกับมาตรการนำเข้าและส่งออกเพชรที่ยังไม่ได้เจียระไน ของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2546 ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมส่งเสริมการลงทุนขอตัดหลักฐานหนังสือให้ความเห็นชอบส่งออกเพชรฯ ของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนออกจากระเบียบกระทรวงพาณิชย์ ด้วยเหตุผลเช่นเดียวกับข้อ 4
6) ระบบการตรวจสอบการนำเข้าและส่งออกเพชรที่ยังไม่ได้เจียระไนตามที่กำหนดในร่างประกาศและระเบียบกระทรวงพาณิชย์เพียงพอตามข้อกำหนดของ Kimberley Process หรือไม่
7) ประเทศผู้ส่งออกเพชรที่ยังไม่ได้เจียระไนระบุ Country of Origin เป็น N/A ใน Kimberley Process Certificate เวลาส่งเพชรดังกล่าวออกจะให้ระบุ Country of Origin เป็นอย่างไร
8) ประเทศสมาชิก Kimberley Process ส่วนใหญ่ยังไม่ได้ส่งตัวอย่างหนังสือรับรองการส่งออกเพชรที่ยังไม่ได้เจียระไนของแต่ละประเทศสมาชิกมาให้ ภายใต้กรอบความตกลงดังกล่าว
9) ผู้นำเข้าและส่งออกเพชรฯ กรอกรายงานการนำเข้าเพชรฯ และคำรับรองการขอการส่งออกเพชรฯ ไม่ถูกต้อง
4.2 แนวทางแก้ไข
1) สมาคมผู้ประกอบการเจียระไน และสมาคมผู้ค้าอัญมณีไทยและเครื่องประดับ ได้ทำหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ขอให้เร่งออกประกาศกำหนดมาตรการในการออกหนังสือรับรอง ภายใต้กรอบความตกลงKimberley Process โดยด่วน เนื่องจากใกล้กำหนดเวลาที่ตกลงใช้หนังสือรับรองในวันที่ 1 มกราคม 2546 หากประเทศไทยไม่สามารถออกหนังสือรับรองดังกล่าวได้ตามกรอบเวลาที่ตกลง จะเกิดความเสียหายต่ออุตสาหกรรมเจียระไนเพชร อุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับของไทย เพื่อกระทรวงพาณิชย์จะได้นำเสนอคณะรัฐมนตรีขออนุมัติออกประกาศดังกล่าวไปก่อน โดยไม่ต้องรอหนังสือกระทรวงอุตสาหกรรม
2) กระทรวงพาณิชย์ได้นำเสนอคณะรัฐมนตรีขออนุมัติในหลักการในกรณีที่ประกาศและระเบียบกระทรวงพาณิชย์ไม่สามารถมีผลบังคับได้ทันวันที่ 1 มกราคม 2546 ให้กระทรวงพาณิชย์และหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องดำเนินกระบวนการออกหนังสือรับรองภายใต้กรอบความตกลง Kimberley Process ไปก่อน
3) กรมการค้าต่างประเทศได้ออกหนังสือรับรองการส่งออกเพชรที่ยังไม่ได้เจียระไนฉบับชั่วคราวให้แก่ผู้ส่งออกเพชรฯ ไปก่อนจนกว่าหนังสือรับรองฉบับจริงจะพิมพ์เสร็จ เพื่อบรรเทาความเดือนร้อนของผู้ส่งออก
4) กรมการค้าต่างประเทศได้ออกหนังสือรับรองการส่งออกเพชรที่ยังไม่ได้เจียระไนให้แก่ผู้ส่งออก โดยไม่ต้องมีหนังสือให้ความชอบการส่งออกเพชรฯ ของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนเป็นหลักฐานประกอบการพิจารณา แต่ได้เพิ่มเอกสารคำรับรองการขอหนังสือรับรองการส่งออกเพชรที่ยังไม่ได้เจียระไนตามแบบฟอร์มที่กำหนด ในการขอหนังสือรับรองดังกล่าว
5) กรมการค้าต่างประเทศได้ประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2546 เพื่อพิจารณา
5.1) ปรับปรุงร่างประกาศและระเบียบกระทรวงพาณิชย์กรณีที่จะต้องตัดหลักฐานหนังสือให้ความเห็นชอบให้ส่งออกเพชรฯ ของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนออก ซึ่งที่ประชุมเห็นว่า ไม่ต้องเพิ่มเติมหลักฐานอย่างอื่นอีก เนื่องจากหลักฐานตามร่างประกาศและระเบียบก็เพียงพอต่อการตรวจสอบการนำเข้าและส่งออกเพชรฯ แล้ว
5.2) ระบบตรวจสอบการนำเข้าและส่งออกเพชรที่ยังไม่ได้เจียระไน ที่ประชุมเห็นว่า ระบบตรวจสอบการนำเข้าและส่งออกเพชรที่ยังไม่ได้เจียระไน เพื่อให้เป็นไปตามกรอบความตกลง Kimberley Process ตามขั้นตอนที่กำหนดในร่างประกาศและระเบียบกระทรวงพาณิชย์ และการประสานการปฏิบัติกับกรมศุลกากร มีความรัดกุมเพียงพอแล้ว จึงไม่ต้องจัดระบบตรวจสอบเพิ่มเติมอีก
5.3) สมาคมผู้ประกอบการเจียระไนได้แจ้งแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการระบุแหล่งกำเนิดสินค้าในหนังสือรับรอง ในกรณีเพชรที่ส่งมาจากสาธารณรัฐอังโกลาและสาธารณรัฐเซียร์ราลีโอน หนังสือรับรองจะต้องระบุแหล่งกำเนิดของสินค้า ส่วนเพชรที่ซื้อมาจากประเทศผู้ค้าที่ไม่มีเหมืองเพชร จะมีกระบวนการตรวจสอบอย่างละเอียดในขั้นตอนแรกแล้ว ประกอบกับผู้ค้าอาจนำเพชรจากหลายแหล่งมารวมกัน จึงให้ระบุแหล่งกำเนิดสินค้าเป็น N/A ได้
6) กรมการค้าต่างประเทศได้ส่งตัวอย่างแบบฟอร์มหนังสือรับรอง Kimberley Process Certificate ของกรมการค้าต่างประเทศ รายชื่อผู้มีอำนาจลงนามในหนังสือรับรอง ลายมือชื่อ ตราประทับ และสถานที่ติดต่อ ให้แก่ประเทศสมาชิก Kimberley Process ทุกประเทศทราบ พร้อมกับขอให้ประเทศสมาชิกส่งตัวอย่างหนังสือรับรอง Kimberley Process ของแต่ละประเทศให้กรมการค้าต่างประเทศทราบด้วย
7) กรมการค้าต่างประเทศได้จัดประชุมผู้นำเข้าและส่งออกเพชรฯ เพื่ออธิบายวิธีการกรอกแบบฟอร์มรายงานการนำเข้าเพชรฯ และคำรับรองการขอหนังสือรับรองการส่งออกเพชรฯ หลายครั้ง จนเป็นที่เข้าใจสามารถปฏิบัติได้
5. แนวโน้มในอนาคต
การนำเข้าและส่งออกเพชรที่ยังไม่ได้เจียระไนจะต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามกรอบความตกลง Kimberley Process อย่างเข้มงวด ครบถ้วน และถูกต้อง สามารถที่จะตรวจสอบได้ เนื่องจาก Kimberley Process กำหนดให้ประเทศสมาชิกต้องปฏิบัติภายใต้กรอบความตกลง Kimberley Process อย่างเต็มรูปแบบและครบถ้วนสมบูรณ์ภายในวันที่ 28 เมษายน 2546 อย่างไรตาม มาตรการออกหนังสือรับรองการส่งออกเพชรที่ยังไม่ได้เจียระไน ตามกรอบความตกลงKimberley Process คงดำเนินมาตรการนี้ได้ไม่นานนัก เนื่องจากขณะนี้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติได้รับรองข้อมติ ที่ 1448 (2002) เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2545 ยกเลิกการห้ามนำเข้าเพชรที่มีแหล่งกำเนิดหรือส่งมาจากสาธารณรัฐอังโกลา และมีแนวโน้มในอนาคตว่า จะยกเลิกการห้ามนำเข้าเพชรที่มีแหล่งกำเนิดหรือส่งมาจากประเทศอื่นอีก เนื่องจากฝ่ายกบฎหรือผู้ก่อการร้ายกับฝ่ายรัฐบาลมีโอกาสที่จะเข้ามาร่วมมือกันเพื่อพัฒนาประเทศ มีผลทำให้Conflict Diamond หมดไป เมื่อไม่มี Conflict Diamond ก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องออกหนังสือรับรองการส่งออกเพชรที่ยังไม่ได้เจียระไน ตามกรอบความตกลง Kimberley Process จึงมีความเป็นไปได้ว่า เมื่อสถานการณ์คลี่คลาย กระทรวงพาณิชย์ จะสามารถยกเลิกมาตรการดูแลเรื่องนี้ได้
6. บทสรุป
การกำหนดมาตรการควบคุมเพชรที่ยังไม่ได้เจียระไน (Rough Diamonds) เป็นเรื่องที่จำเป็นต้องดำเนินการตามกรอบความตกลง Kimberley Process โดยไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ แม้ในหลักการประเทศไทยไม่ประสงค์ที่จะควบคุมการนำเข้า-ส่งออกเพชร เพราะไทยเป็นเพียงผู้นำเข้าเพชรเพื่อเป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมอัญมณี และยังไม่มีแหล่งเพชรภายในประเทศที่มีผลผลิตในเชิงการค้าได้ ซึ่งความจำเป็นที่ต้องอยู่ในวงการค้าโลก ทำให้ไทยต้องจัดให้มีระบบที่สมบูรณ์ทั้งการออกหนังสือรับรอง การบังคับใช้กฎระเบียบ รวมทั้งระบบตรวจสอบการนำเข้า-ส่งออกเพชรที่สอดคล้องกับความตกลงดังกล่าว ให้เสร็จสิ้นก่อนวันที่ 28 เมษายน 2546 มิฉะนั้น จะไม่ได้รับการยอมรับให้ค้าขายเพชรในระบบนี้ ซึ่งจะทำให้เกิดความเสียหายต่ออุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ และอุตสาหกรรมการเจียระไนเพชร ซึ่งมีมูลค่าการส่งออกนับแสนล้านบาทต่อปี การจัดระบบมาตรการดังกล่าว กรมการค้าต่างประเทศมีเวลาดำเนินการที่จำกัดมาก แต่ก็สามารถเร่งรัด และหาทางแก้ไขปัญหาอุปสรรคจนลุล่วง คาดว่า การเตรียมการทุกด้านจะพร้อมภายในวันที่ 28 เมษายน 2546 แน่นอน
-----------------------------------------------------------------
นาย วีระพล ยอดยิ่ง
สำนักมาตรการนำเข้าส่งออกสินค้าทั่วไป
กรมการค้าต่างประเทศ
พฤษภาคม 2546
เอกสารแนบ