ตลาดอัญมณีบราซิลโตต่อเนื่องมีความพร้อมทั้งกำลังซื้อและชื่นชมผลิตภัณฑ์จากประเทศไทย
นางปราณี ศิริพันธ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ (คต.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ประเทศบราซิลเป็นแหล่งวัตถุดิบที่อุดมสมบูรณ์ทั้งแร่ทองคำ แร่เงิน และแร่อัญมณี โดยเฉพาะทับทิม ทัวร์มาลีน และแซฟไฟร์ แต่อุตสาหกรรมการเจียระไนพลอยในบราซิลยังพัฒนาไม่มาก ประกอบกับค่าแรงงานในประเทศสูง ทำให้มีการนำวัตถุดิบมาเจียระไนเป็นอัญมณีและเครื่องประดับเพื่อจำหน่ายในประเทศในปริมาณน้อย แต่การบริโภคสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับของชาวบราซิลมีมูลค่าสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจาก ๓๕ ล้านเหรียญสหรัฐฯในปี ๒๕๕๐ เป็น ๕๐ ล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี ๒๕๕๓ ตามการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ จึงเป็นโอกาสของอุตสาหกรรมอัญมณี และเครื่องประดับไทยในการส่งออกไปตลาดบราซิลหรือนำเข้าอัญมณีดิบมาเป็นวัตถุดิบเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า
อธิบดีฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า ผู้นำเข้าชาวบราซิลนิยมเข้ามาซื้อสินค้าด้วยตนเองหรือผ่านตัวแทนชาวบราซิลในประเทศไทยโดยการชำระเงินสดหรือการเปิดเอกสารสินเชื่อ (Letter of Credit) ทำให้สะดวกต่อการซื้อขาย สำหรับการบริโภคภายในประเทศ ชาวบราซิลมีความสามารถในการใช้จ่ายสินค้าฟุ่มเฟือย จึงต้องการสินค้าคุณภาพดี โดยเฉพาะผู้บริโภคระดับกลาง-ล่างในตลาดบราซิลซึ่งมีประมาณ ๖๐ กว่าล้านคนมีความต้องการสินค้าเครื่องประดับประเภทเครื่องเงิน ซึ่งแม้ไทยจะมีต้นทุนของสินค้าที่สูงกว่าสินค้าจากสาธารณรัฐประชาชนจีน แต่สินค้าของไทยมีความสวยงามในการออกแบบเครื่องประดับซึ่งเป็นจุดเด่นที่สำคัญ ในตลาดบราซิล
อธิบดีฯ เห็นว่า เนื่องจากบราซิลมีความแตกต่างทางสังคมและรายได้ในแต่ละรัฐ ส่งผลต่อการวางตำแหน่งผลิตภัณฑ์แต่ละระดับในพื้นที่ต่างกัน อีกทั้งพิธีการนำเข้าและภาษีนำเข้ามีความซับซ้อนและยุ่งยาก จึงมีความจำเป็นที่ผู้ประกอบการไทยต้องสร้างเครือข่ายพันธมิตรทางธุรกิจกับนักธุรกิจชาวบราซิล โดยผู้ประกอบการไทยควรหาโอกาสออกงานแสดงสินค้าทั้งในและต่างประเทศ โดยในปี ๒๕๕๔ มีบริษัทบราซิลเข้าร่วมงานฮ่องกงจิวเวลรี่แอนด์ว้อช แฟร์ (Hong Kong Jewelry & Watch Fair) ประมาณ ๒๐ บริษัท และงานบางกอกเจมส์และจิวเวลรี่แฟร์ (Bangkok Gems & Jewelry Fair) ประมาณ ๕ บริษัท ตามลำดับ
อนึ่ง ประเทศไทยส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับไปบราซิลในปี ๒๕๕๒-๒๕๕๔ มีมูลค่าเฉลี่ยประมาณ ๓ ล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งในปี ๒๕๕๕ (ม.ค.-ต.ค.) มีมูลค่าการส่งออกประมาณ ๓.๔๙ ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับช่วงระยะเวลาเดียวกันของปี ๒๕๕๔ ร้อยละ ๖๐ ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สำนักบริหารการค้าสินค้าทั่วไป โทร. ๐๒ ๒๕7 ๔๘๐๔ โทรสาร ๐๒ ๕๔๗ ๔๘๐๒ หรือ http://www.dft.go.th
*****************************