ด้วย กระทรวงควบคุมคุณภาพตรวจสอบและกักกันโรคแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (The General Administration of Quality Supervision, Inspection and Quarantine: AQSIQ) ได้กำหนดมาตรการบริหารในการรับรองเพื่อกำหนดว่าเป็นสินค้าออร์แกนิค (Organic Products) หรือไม่โดยมี The Certification and Accreditation Administration of the People’s Republic of China (CNCA) เป็นผู้รับผิดชอบและกำกับดูแลในการออกใบรับรองดังกล่าว ทั้งนี้เพื่อให้ระบบการรับรองมีความเป็นเอกภาพโดยผู้เกี่ยวข้องใช้หลักเกณฑ์เดียวกัน การจัดระบบใหม่นี้จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2557 เป็นต้นไป ซึ่งสรุปรายละเอียดได้ดังนี้
1. ผลิตภัณฑ์ที่จะได้การรับรองว่าเป็นสินค้าออร์แกนิคหรือไม่ จะต้องมีส่วนผสมของออร์แกนิคเท่ากับหรือสูงกว่า 95% โดยน้ำหนักหรือปริมาตรของเหลวที่ไม่รวมน้ำและเกลือ แต่ถ้ามีส่วนประกอบออร์แกนิคต่ำกว่า 95% ก็จะไม่ได้รับการรับรองให้ทำเครื่องหมายไว้บนผลิตภัณฑ์หรือบรรจุภัณฑ์และฉลาก
2. ผลิตภัณฑ์จะถูกเพิกถอนการรับรองหรือใบรับรองภายใน 7 วัน ถ้าพบว่ามีการใช้สารต้องห้ามหรือมีการปนเปื้อนสารต้องห้ามภายใต้มาตรฐานแห่งชาติว่าด้วยสินค้าออร์แกนิค นอกจากนี้หากพบว่ามีการให้ข้อมูลเท็จหรือจงใจละเว้นการให้ข้อมูล ก็จะถูกเพิกถอนการรับรองหรือใบรับรองเช่นกัน
3. บทลงโทษสำหรับการละเมิดกฎการกระทำใดๆ เช่น การปลอมแปลง การซื้อขายที่ผิดกฎหมาย การถ่ายโอนหรือเปลี่ยนใบรับรอง การติดฉลากผิดจากที่กำหนด เป็นต้น โดยหน่วยงานที่รับผิดชอบจะให้ผู้กระทำผิดปฏิบัติให้ถูกต้องและต้องชำระค่าปรับจำนวน 30,000 หยวน (ประมาณ 160,000 บาท)
แม้ว่าปัจจุบัน มาตรการเกี่ยวกับฉลากสินค้าออร์แกนิคจะเป็นมาตรการสมัครใจ มิได้มีการบังคับว่าสินค้าที่จะส่งออกมายังประเทศจีนจะต้องมีฉลากดังกล่าว แต่สินค้าคู่แข่งจากประเทศที่พัฒนาแล้วเช่น สหภาพยุโรป สหรัฐอเมริกา ต่างก็มีฉลากดังกล่าวและหน่วยงานของจีนเองก็ยอมรับในระบบการตรวจสอบสินค้าออร์แกนิคของของประเทศดังกล่าว จึงทำให้ตลาดสินค้าออร์แกนิคในจีนขยายตัว ประกอบกับผู้บริโภคเริ่มให้ความสนใจมากขึ้น ดังนั้นผู้ประกอบการของไทยจึงควรติดตามในเรื่องดังกล่าว ซึ่งกรมการค้าต่างประเทศจะได้ติดตามความเคลื่อนไหวการกำหนดมาตรฐานและการปรับแก้ไขมาตรการ/กฎระเบียบต่างๆ ของประเทศคู่ค้าของไทยอย่างใกล้ชิด และจะประสานเผยแพร่ข้อมูลให้กับผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถผลิตสินค้าได้สอดคล้องกับมาตรการและตรงตามมาตรฐานที่ประเทศคู่ค้ากำหนด
******************************************
ที่มา: 1. Hong Kong Trade Development Council
2. USDA Foreign Agricultural Service
6 มีนาคม 2557