เปลี่ยนการแสดงผล

แสดงรายละเอียด ข่าวกรมการค้าต่างประเทศ

โอกาสและความท้าทายสินค้า Clean Beauty ‘Thai’ สู่ตลาด ‘Korean’ Beauty Trends | 963 

ปัจจุบันตลาดเครื่องสำอางกลุ่มที่เน้นใช้ส่วนผสมจากธรรมชาติ (Clean Beauty) ทั่วโลก มีมูลค่าประมาณ 6 - 7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และมีโอกาสขยายตัวต่อเนื่องขึ้นไปแตะระดับ 14.98 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 5.09 แสนล้านบาท คาดการณ์เติบโตเฉลี่ยปีละ ร้อยละ 12.7 (CAGR ปี 2564 - 2571) และเพิ่มขึ้นกว่า 2 เท่าตัว ในระยะเวลา 7 ปี โดยมีปัจจัยสนับสนุนสำคัญจากการที่พฤติกรรมผู้บริโภคที่หันมาใส่ใจสุขภาพเลือกใช้ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่ปลอดภัยมากขึ้น และผู้บริโภคส่วนใหญ่ยังให้ความสนใจในการเลือกใช้บรรจุภัณฑ์เพื่อความยั่งยืน (Sustainable Packaging) เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม นับเป็นจุดสำคัญของเครื่องสำอางกลุ่ม “Clean Beauty”


เกาหลีใต้ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้นำอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางและเป็นศูนย์กลางการวิจัยและพัฒนาของผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางชื่อดังหลากหลายแบรนด์ อาทิ Innisfree, Etude House, Laneige, Mamonde, Sulwhasoo ที่มีผลิตภัณฑ์วางจำหน่ายทั่วโลก ได้แก่ ชีทมาสก์ มอยเจอร์ไรเซอร์ โลชั่น คลีนเซอร์ เมคอัพ เซรั่ม และผลิตภัณฑ์อื่นๆ โดยส่วนมากเป็นสินค้า Clean Beauty และไม่มีวัตถุดิบหรือส่วนผสมจากสัตว์ (Vegan Beauty) ตลอดจนไม่นำสัตว์มาใช้ในการทดลอง ซึ่งสินค้าดังกล่าว กำลังได้รับความนิยมและมีอัตราการเติบโตสูงในปัจจุบัน โดยในปี 2565 ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหรือเครื่องสำอางของเกาหลีใต้ มีมูลค่าส่งออก 10.681 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ สูงเป็นอันดับ 2 ของโลก คิดเป็นปริมาณการส่งออก 312,805 ตัน (ที่มา: International Trade Centre (ITC) (2566))

1. สถานการณ์การค้าสินค้าเครื่องสำอางของไทย - เกาหลีใต้

หลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะตลาดสินค้าเครื่องสำอาง จากตารางสถิติข้อมูลการค้าระหว่างประเทศปี 2565 ไทยส่งออกสินค้าเครื่องสำอางเป็นอันดับ 18 ของโลก และเกาหลีใต้เป็นตลาดส่งออกอันดับที่ 12 ของไทย โดยมีมูลค่าการส่งออก 679 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 126.13 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าที่มีมูลค่า 300 ล้านบาท และสินค้าฯ ที่ไทยส่งออกไปเกาหลีใต้มากที่สุด คือ ครีมและโลชั่นอื่นๆ สำหรับหน้าหรือผิว ซึ่งมีมูลค่าเท่ากับ 577 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 99.88 จากปีก่อนหน้าที่มีมูลค่า 289 ล้านบาท สำหรับ สินค้าที่อัตราการขยายตัวได้ดีจากปีก่อนหน้า 3 ลำดับแรก ได้แก่ สิ่งปรุงแต่งที่ใช้แต่งริมฝีปาก มูลค่า 57 ล้านบาท ขยายตัวอัตราร้อยละ 2,889.47 และสิ่งปรุงแต่งที่ใช้แต่งตา มูลค่า 4.2 ล้านบาท ขยายตัวอัตราร้อยละ 2,299.78 และสิ่งปรุงแต่งที่ใช้แต่งเล็บมือหรือเล็บเท้า มูลค่า 199 ล้านบาท ขยายตัวอัตราร้อยละ 745.82 ตามลำดับ

ตารางแสดงมูลค่าการส่งออกตลาดโลก ของสิ่งปรุงแต่งที่ใช้แต่งเสริมความงามหรือแต่งหน้าและสิ่งปรุงแต่งสำหรับบำรุงรักษาผิว

2. ข้อกำหนดสำหรับเครื่องสำอางในเกาหลีใต้

รัฐบาลเกาหลีใต้ได้มีการขับเคลื่อนนโยบายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutral Policy) และมีข้อกำหนดของกระทรวงความปลอดภัยด้านอาหารและยา (MFDS) เช่น การประเมินความปลอดภัย (SAR) ผ่านระบบควบคุมปริมาณสารเคมี (Positive List) ที่กำหนดให้ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางทั้งหมดต้องได้รับการประเมินเพื่อความปลอดภัยก่อนที่วางจำหน่ายในตลาดเกาหลีใต้ ซึ่งผู้ประกอบการไทยต้องศึกษากฏระเบียบหรือข้อกำหนดดังกล่าวในการเริ่มต้นธุรกิจ เนื่องจากต้องผ่านการตรวจสอบความปลอดภัยของสินค้าหลายขั้นตอน (ที่มา: REACH24H (2566))

3. โอกาสและความท้าทายของสินค้าเกษตรนวัตกรรมไทยประเภทเครื่องสำอาง ที่นำไปสู่โอกาสขยายตลาดส่งออก Clean Beauty Product

สินค้าเกษตรนวัตกรรมไทย ประเภทผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง ของผู้ประกอบการที่เป็นสมาชิกเครือข่าย APi Search ของสถาบันส่งเสริมสินค้าเกษตรนวัตกรรม กรมการค้าต่างประเทศ ส่วนใหญ่ได้รับการรับรองมาตรฐานระดับสากลเรียบร้อยแล้ว ไม่ว่าจะเป็น IFOAM, Halal, GMP, HACCP, ISO, Organic logo จึงมีศักยภาพพร้อมส่งออกและสามารถสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภคในต่างประเทศซึ่งรวมถึงเกาหลีใต้ที่ให้ความสำคัญกับเรื่องมาตรฐานและความปลอดภัยเป็นหลัก นอกจากนี้ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางในเครือข่ายยังมีคุณลักษณะพิเศษและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ผลิตจากวัตถุดิบคุณภาพดีจากสินค้าเกษตรไทย เช่น Anti-Aging Cream (ผลิตจากเมล็ดลำไย, กระเจี๊ยบเขียว, น้ำมันมะรุม, กวาวเครือขาว และน้ำมันงาม้อน) ลิปสติกธรรมชาติ 100% (โดยใช้ผงสีนวัตกรรมจากสารสกัดผักและผลไม้) แผ่นมาสก์หน้าใยไหมทองคำ 100% (Natural Golden Silk Facial Mask) ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้าแปรรูปจากข้าวออแกนิค เซรั่มจากสารสกัดข้าวและสมุนไพรชะเอมเทศ เป็นต้น

แม้ว่าสินค้าเกษตรนวัตกรรมประเภทเครื่องสำอางของไทยยังค่อนข้างเป็นผู้เล่นใหม่ในตลาด K-Beauty แต่ด้วยแนวโน้มความนิยมและความต้องการสินค้าออแกนิค (Demand for Organic Products) ของผู้บริโภคชาวเกาหลีใต้ และความอยากรู้อยากลองผลิตภัณฑ์ที่เป็นนวัตกรรมใหม่ๆ ที่หลากหลายเพิ่มมากขึ้น จึงถือว่าเป็นโอกาสการค้าสินค้าเครื่องสำอางของไทย ซึ่งกลยุทธ์การเจาะตลาดในช่วงแรกอาจจะต้องใช้แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซที่นิยมในเกาหลีใต้ เช่น G - market และ Coupang ซึ่งเป็นช่องทางการจำหน่ายออนไลน์ที่เติบโตเร็วที่สุดในเกาหลีใต้ รวมทั้งทำการตลาดผ่านสื่อวิดีโอออนไลน์ เช่น Tiktok ที่ปัจจุบันได้กลายเป็นช่องทางยอดนิยมที่สามารถกระตุ้นความต้องการในการอยากซื้อสินค้า โดยอาจจับมือร่วมกับผู้นำทางความคิด (Key Opinion Leader : KOL) หรือคนดังตามกระแสของ K-Pop ในการโฆษณาสินค้าหรือโปรโมทแบรนด์ เพื่อสร้างการรับรู้และช่วยประชาสัมพันธ์คุณลักษณะความโดดเด่นของสินค้าให้เข้าถึงผู้บริโภคและเป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางสำหรับเพศชาย ยังเป็นกลุ่มที่เติบโตเร็วที่สุดในตลาดผลิตภัณฑ์ K-beauty 

4. บทสรุป/ข้อเสนอแนะ

ปัจจุบันไทยมีสินค้าเกษตรนวัตกรรมประเภทเครื่องสำอางที่เป็น Vegan Beauty และ Clean Beauty ค่อนข้างน้อย เนื่องจากการผลิตสินค้าดังกล่าวให้ได้มาตรฐานและตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภคมีต้นทุนในการผลิตที่ค่อนข้างสูง แต่ยังมีช่องทางให้ผู้ประกอบการไทยได้มีโอกาสเปิดตลาดในการพัฒนาต่อยอดผลิตภัณฑ์สินค้าเกษตรประเภทเครื่องสำอางไทยให้มีความเป็นนวัตกรรมเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าสามารถแข่งขันได้ในตลาดสากล โดยการทำวิจัยสินค้าเกษตรเครื่องสำอางที่เป็น Vegan Beauty และ Clean Beauty โดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมสอดคล้องกับบริบททางการค้าในปัจจุบัน พร้อมทั้งปรับเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์เพื่อความยั่งยืน และการรักษาคุณภาพหรืออายุการใช้งานของผลิตภัณฑ์ ให้มีความคุ้มค่าต่อการบริโภค เป็นต้น

นอกจากนี้ เพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดและมาตรฐานของสินค้าเครื่องสำอางในเกาหลีใต้ ที่กำหนดให้ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่จะสามารถวางจำหน่ายในตลาดเกาหลีใต้ได้ ต้องได้รับการประเมินเพื่อความปลอดภัยต่อผู้บริโภคก่อน ผู้ประกอบการไทยจึงมีความจำเป็นต้องรู้ข้อกำหนดดังกล่าว ตลอดจนการได้รับการสนับสนุนเพื่อเพิ่มพูนองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีและกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐาน และความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับมาตรฐานการผลิตระดับสากลและขั้นตอนต่างๆ ในการขอรับรองมาตรฐานเพื่อประกอบการส่งออกสินค้าไปยังต่างประเทศ อันจะเป็นการสร้างแต้มต่อและโอกาสทางธุรกิจให้ผู้ประกอบการไทย ให้สามารถแข่งขันและได้ส่วนแบ่งตลาดในตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะเกาหลีใต้ได้





อ้างอิง 

1. “ตลาดเครื่องสำอางไปต่ออย่างไร หลังฝ่ามรสุมโควิด-19 เมื่อโควิดก็หยุดความสวยไม่ได้”. (26 เมษายน 2566). Krungthai COMPASS.  สืบค้นจาก https://thaipublica.org/2023/04/krungthai-compass51/

2. International Trade Centre (ITC). (2566). Product: 3304 Beauty or make-up preparations.    สืบค้นจาก https://www.trademap.org/Country_SelProduct_TS.aspx

3. REACH24H Consulting Group. (11 เมษายน 2566). In-Cosmetics Global 2023.

สืบค้นจาก https://www.reach24h.com/en/news/company-news/in-cosmetics-global-2023-reach24h-takes-the-lead-in-addressing-cosmetic-sustainability-trends-part-1.html

4. INKWOOD RESEARCH. (2566). GLOBAL K-BEAUTY PRODUCTS MARKET FORECAST 2022-2030

สืบค้นจาก https://inkwoodresearch-com.translate.goog/reports/k-beauty-products-market/?_x_tr_sl=en&_x_tr_tl=th&_x_tr_hl=th&_x_tr_pto=sc

5.ระบบควบคุมปริมาณสารเคมีที่ใช้ในการเกษตร (Positive List) เกาหลีใต้

สืบค้นจาก https://www.tisi.go.th/data/regulate/trading_partners/pdf_korea/Positive%20List.pdf

เอกสารแนบ