เปลี่ยนการแสดงผล

แสดงรายละเอียด ข่าวกรมการค้าต่างประเทศ

คต. หนุน “การรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าด้วยตนเอง” ปี 2564 ใช้สิทธิเพิ่มกว่าร้อยละ 38 | 260 

ในปี 2564 ยอดส่งออกไทยภายใต้รูปแบบการรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าด้วยตนเอง (Self-Certification) มีมูลค่ารวม 1,901.07 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ขยายตัวเพิ่มขึ้นจากปีก่อนร้อยละ 38.19 ถือเป็นความสำเร็จของกรมการค้าต่างประเทศ ในการผลักดันการใช้รูปแบบการรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าด้วยตนเองให้แก่ผู้ส่งออก เพื่อช่วยประหยัดเวลา ลดค่าใช้จ่าย และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันได้ในยุค New Normal

นายพิทักษ์ อุดมวิชัยวัฒน์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า ในการส่งออกเพื่อขอใช้สิทธิประโยชน์ทางการค้า ผู้ส่งออกจำเป็นต้องมีหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าเพื่อรับรองว่าสินค้านั้นมีสัญชาติไทย ซึ่งในปัจจุบันผู้ส่งออกสามารถเลือกรูปแบบการรับรองสัญชาติสินค้าได้ 2 รูปแบบ ได้แก่ การให้กรมการค้าต่างประเทศรับรอง และการรับรองตัวเอง ทั้งนี้รูปแบบการรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าด้วยตนเองได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2564 ยอดส่งออกผ่านการรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าด้วยตนเองมีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 1,901.07 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มสูงขึ้นจากปีก่อนถึงร้อยละ 38.19 โดยเป็นการส่งออกไปยังประเทศสมาชิกอาเซียนภายใต้กรอบความตกลงการค้าสินค้าของอาเซียน (ASEAN Wide Self-Certification หรือ ระบบ AWSC) มูลค่า 1,592.41 ล้านเหรียญสหรัฐ และส่งออกไปสวิตเซอร์แลนด์และนอร์เวย์ ภายใต้การใช้สิทธิ GSP (Registered Exporter หรือระบบ REX) มูลค่า 308.66 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

การส่งออกไปอาเซียนภายใต้ระบบ AWSC ยังเติบโตได้ดีอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะมาเลเซียที่ถือเป็นตลาดส่งออกที่สำคัญและมีศักยภาพ ซึ่งในปี 2564 มีมูลค่าการส่งออกรวมกว่า 933.01 ล้านเหรียญสหรัฐฯ คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 58.59 ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมดภายใต้ระบบ AWSC นอกจากนี้เวียดนามยังเป็นตลาดที่น่าจับตามองเช่นกัน เนื่องจากมีอัตราการขยายตัวเพิ่มขึ้นจากปี 2563 สูงถึงร้อยละ 143.73 ทั้งนี้ กลุ่มสินค้าส่งออกที่สำคัญ ได้แก่ กลุ่มส่วนประกอบและอุปกรณ์ยานยนต์ และกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้า เช่น เครื่องซักผ้า เครื่องปั่นแห้ง ตู้เย็น ตู้แช่ และเครื่องปรับอากาศ เป็นต้น

สำหรับการส่งออกภายใต้ระบบ REX ตลาดหลักได้แก่ สวิตเซอร์แลนด์ มีสัดส่วนร้อยละ 89.00 ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมดภายใต้ระบบ REX สินค้าส่งออกสำคัญเป็นสินค้าอุปโภคและบริโภค ได้แก่ สารปรุงแต่งที่ใช้ในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม กระเป๋าหนัง เนื้อปลาปรุงแต่ง นาฬิกาและส่วนประกอบ และข้าว

อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับกรอบความตกลง RCEP ที่เริ่มมีผลใช้บังคับตั้งแต่เดือนมกราคม 2565 ผู้ส่งออกไทยก็สามารถเลือกใช้รูปแบบการรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าด้วยตนเองสำหรับการส่งออกไปอาเซียน จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ได้เช่นกัน สำหรับวิธีการรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าด้วยตนเองภายใต้ 3 ระบบดังกล่าว ผู้ส่งออกสามารถขึ้นทะเบียนเพื่อขอรับสิทธิดังกล่าวกับกรมการค้าต่างประเทศผ่านช่องทางออนไลน์ ซึ่งมีขั้นตอนที่ง่าย สะดวกรวดเร็ว และไม่มีค่าใช้จ่าย ณ สิ้นเดือนมกราคม 2565 มีผู้ส่งออกได้รับการขึ้นทะเบียนที่สามารถรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าด้วยตนเองได้แล้ว จำนวน 783 ราย

ทั้งนี้ ผู้ประกอบการที่สนใจสามารถติดตามข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับการขึ้นทะเบียนการรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าด้วยตนเองได้ที่เว็บไซต์ http://self-cert.dft.go.th/self-cert/home/login2.aspx  หรือติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมการค้าต่างประเทศ 1385 หรือกองบริหารการนำเข้าและรับรองถิ่นกำเนิด กรมการค้าต่างประเทศ โทร. 02-5474808 และ 02-5475132


เอกสารแนบ