“คต. เตรียมพร้อมรองรับผลผลิตมันสำปะหลังที่กำลังออกสู่ตลาด” | 599
กรมการค้าต่างประเทศ (คต.) เผยสถิติการค้าชายแดนและผ่านแดนช่วง ม.ค.-ต.ค. ปี 2563 มีมูลค่า 1,081,572 ล้านบาท ลดลง 4.11% การขยายตัวมีแนวโน้มที่ดีขึ้น โดยการค้าชายแดน มีมาเลเซียเป็นคู่ค้าอันดับหนึ่งมียางพารา เป็นสินค้าส่งออกสูงสุด และการค้าผ่านแดนมีจีนเป็นคู่ค้าอันดับหนึ่ง มีผลไม้สดแช่เย็นเป็นสินค้าส่งออกสูงสุด
นายกีรติ รัชโน อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า สถิติการค้าชายแดนและผ่านแดนของไทย ช่วง ม.ค.-ต.ค. ปี 2563 มีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 1,081,572 ล้านบาท ลดลง 4.11% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แบ่งเป็นการส่งออก 626,396 ล้านบาท ลดลง 4.32% และการนำเข้า 455,176 ล้านบาท ลดลง 3.81% ไทยเกินดุลการค้า 171,219 ล้านบาท ทั้งนี้ แม้ว่ามูลค่าการค้าชายแดนและผ่านแดนจะปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา อันเนื่องจากได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อย่างไรก็ดี พบว่าการขยายตัวของการค้าชายแดนและผ่านแดนมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ในช่วง 10 เดือนของปี 2563 สถิติการค้าชายแดนกับเพื่อนบ้าน 4 ประเทศ (มาเลเซีย เมียนมา สปป.ลาว และกัมพูชา) พบว่า มาเลเซียเป็นคู่ค้าอันดับหนึ่ง มีมูลค่าการค้ารวม 198,646 ล้านบาท ลดลง 14.67% รองลงมาคือ สปป.ลาว มูลค่า 156,114 ล้านบาท ลดลง 5.21% เมียนมา มูลค่า 137,726 ล้านบาท ลดลง 14.85% และกัมพูชา มูลค่า 131,173 ล้านบาท ลดลง 1.16% โดยสินค้าส่งออกที่สำคัญของไทยไปมาเลเซีย ได้แก่ ยางพารา เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ และรถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ สปป.ลาว ได้แก่ น้ำมันดีเซล สินค้าปศุสัตว์อื่นๆ และน้ำมันสำเร็จรูปอื่นๆ เมียนมา ได้แก่ เครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ น้ำมันดีเซล และผ้าผืนและด้าย และกัมพูชา ได้แก่ เครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ สินค้าปศุสัตว์อื่นๆ และรถยนต์นั่ง
ในด้านการค้าผ่านแดนไปยัง จีน สิงคโปร์ เวียดนาม และประเทศอื่นๆ พบว่า จีนเป็นคู่ค้าอันดับหนึ่ง มีมูลค่าการค้ารวม 194,739 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.06% รองลงมา คือ สิงคโปร์ มูลค่า 72,793 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.21% เวียดนาม มูลค่า 49,664 ล้านบาท ลดลง 13.77% และประเทศอื่นๆ มูลค่า 140,718 ล้านบาท ลดลง 6.13% สินค้าส่งออกที่สำคัญของไทยไปจีน ได้แก่ ผลไม้สด แช่เย็น แช่แข็ง และแห้ง เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ และส่วนประกอบ และยางพารา สิงคโปร์ ได้แก่ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ และส่วนประกอบเครื่องยนต์สันดาปภายในแบบลูกสูบและส่วนประกอบ และแผงวงจรไฟฟ้า และเวียดนาม ได้แก่ ผลไม้สด แช่เย็น แช่แข็ง และแห้ง เครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ อุปกรณ์กึ่งตัวนำ ทรานซิสเตอร์ และไดโอด
นายกีรติ กล่าวว่า จากสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 ระลอกที่สองในเมียนมา ส่งผลให้จังหวัดชายแดนของไทยด้านประเทศเมียนมาได้เพิ่มความเข้มงวดในการบริหารจัดการการขนส่งสินค้าข้ามแดน โดยในเดือนตุลาคม 2563 จังหวัดตากได้มีคำสั่งระงับการนำเข้า-ส่งออกสินค้าตามแนวชายแดนจังหวัดตากเป็นการชั่วคราว ระหว่างวันที่ 18 – 25 ตุลาคม 2563 เพื่อจัดระเบียบการขนส่งสินค้าบริเวณชายแดน ซึ่งจังหวัดตากได้กำหนดให้มีจุดขนถ่ายสินค้าปลอดภัยในบริเวณคลังสินค้าศุลกากร (Safety Zone) พร้อมมาตรการและแนวทางปฏิบัติ
ในการขนส่งสินค้าผ่านจุดผ่านแดนถาวรสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา แห่งที่ 2 และช่องทางอื่นนอกทางอนุมัติในพื้นที่จังหวัดตาก ส่งผลให้เดือนตุลาคม 2563 มูลค่าการค้าชายแดนระหว่างไทย-เมียนมา ณ ด่านศุลกากรแม่สอดมีมูลค่าเพียง 3,524 ล้านบาท ขณะที่เดือนกันยายนมีมูลค่าการค้า 5,701 ล้านบาท อย่างไรก็ดี คาดว่าในเดือนพฤศจิกายน 2563 มูลค่าการค้า ณ ด่านศุลกากรแม่สอดจะเพิ่มกลับมาดังเดิม
ทั้งนี้ ณ วันที่ 26 พฤศจิกายน 2563 ไทยมีการเปิดทำการจุดผ่านแดนเพื่อการขนส่งสินค้ารวมทั้งสิ้น 37 แห่ง จาก 97 แห่งทั่วประเทศ
อนึ่ง ในปีงบประมาณ 2564 กรมการค้าต่างประเทศมีแผนร่วมกับหน่วยงานในกระทรวงพาณิชย์จัดกิจกรรมส่งเสริมการค้าชายแดน ภายใต้งานมหกรรมการค้าชายแดนใน 4 ภูมิภาค (เชียงราย สงขลา สระแก้ว นครพนม ยะลา) ซึ่งภายในงานจะมีการจัดแสดงและจำหน่ายสินค้า แบบผสมผสาน Offline และ Online การจับคู่เจรจาธุรกิจออนไลน์ (Online Business Matching) การประชุมร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อส่งเสริมการค้าชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน และการสัมมนาให้ความรู้ด้านกฎระเบียบทางการค้าและโอกาสทางการตลาดแก่ผู้ประกอบการ เป็นต้น โดยคาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ตั้งแต่ช่วงต้นปี 2564 เป็นต้นไป
ผู้สนใจสามารถติดตามข้อมูลสถิติการค้าชายแดนและผ่านแดนทั่วประเทศได้ที่เว็บไซต์ www.dft.go.th => ศูนย์บริการข้อมูลการค้าชายแดนฯ หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สายด่วน 1385 ต่อ 121 หรือสายตรง โทร. 0 2547 4729
เอกสารแนบ