เปลี่ยนการแสดงผล

ความตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน - จีน (ACFTA)

 

ความเป็นมาของความตกลงเขตการค้าเสรีอาซียน-จีน

วันที่ 4 พฤศจิกายน 2545 ผู้นำอาเซียนและจีนได้ลงนามกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจอาเซียน - จีน ซึ่งครอบคลุมประเด็นการค้าสินค้า การค้าบริการและการลงทุน และความร่วมมือทางเศรษฐกิจต่าง ๆ

 

วันที่ 9 ตุลาคม 2556 ผู้นำอาเซียนและจีนเห็นชอบแนวคิดยกระดับความตกลงการค้าเสรีอาเซียน - จีน ให้มีความทันสมัย สอดคล้องการค้าปัจจุบัน ในด้านการค้าสินค้า การค้าบริการและการลงทุน

 

พฤศจิกายน 2558 รัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน - จีน ได้ลงนามพิธีสารเพื่อแก้ไขกรอบความตกลงว่าด้วยความร่วมมือทางด้านเศรษฐกิจและความตกลงที่เกี่ยวข้อง (Protocol to Amend the Framework Agreement on Comprehensive Economic Co-operation and Certain Agreements thereunder between the Association of Southeast Asian Nations (ASEAN) and the People’s Republic of China) และมีผลบังคับใช้เมื่อ 1 กรกฎาคม 2559

หลักการใช้สิทธิประโยชน์ทางการค้า

การขอรับสิทธิประโยชน์ทางการค้า ภายใต้ความตกลง ACFTA ผู้ประกอบการไทยจะต้องดำเนินการขอหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า Form E กับกรมการค้าต่างประเทศ และนำไปสำแดงต่อกรมศุลกากรประเทศผู้นำเข้า ซึ่งอาจเป็นสมาชิกอาเซียน หรือ จีน ในทางกลับกัน หากเป็นกรณีนำเข้าไทย ผู้ประกอบการที่มี Form E สามารถนำไปสำแดงต่อกรมศุลกากรไทย เพื่อขอลดหรือยกเว้นอัตราภาษีตามที่กระทรวงการคลังกำหนด

 

การใช้สิทธิประโยชน์ทางการค้า ผู้ประกอบการจะต้องมีความรู้ความเข้าใจด้านกฎถิ่นกำเนิดสินค้าและปฏิบัติตามพันธกรณีระหว่างประเทศ ได้แก่ กฎว่าด้วยถิ่นกำเนิดสินค้า ระเบียบปฏิบัติการออกหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า ประกาศกรมการค้าต่างประเทศ หรือประกาศกรมศุลกากรในส่วนที่เกี่ยวข้อง

ตารางการลดภาษีภายใต้ความตกลงการค้าเสรีอาเซียน - จีน (ACFTA)

 

Tariff Reduction Schedule under ASEAN -China Free Trade Area

1. จีน (China) (ฉบับ HS 2019 / ฉบับ HS 2021)

2. เวียดนาม (Vietnam)

3. สปป.ลาว (Laos)

4. สิงคโปร์ (Singapore)

5. ฟิลิปปินส์ (Philippines)

6. เมียนมา (Myanmar)

7. มาเลเซีย (Malaysia)

8. กัมพูชา (Cambodia)

9. อินโดนีเซีย (Indonesia)

10. บรูไน (Brunei)

11. ไทย (Thailand)

เกณฑ์ถิ่นกำเนิดสินค้า

(Origin Criteria)

1. เกณฑ์ถิ่นกำเนิดเฉพาะรายสินค้า (Product Specific Rules: PSRs)
ให้ตรวจสอบก่อนว่าเป็นสินค้ามีการระบุให้ใช้เกณฑ์เฉพาะหรือไม่ หากมีให้ใช้เกณฑ์ตามตาราง PSRs แต่หากไม่มีให้ใช้เกณฑ์ทั่วไปตามข้อ 2

ตารางเกณฑ์ถิ่นกำเนิดสินค้า ภายใต้ ACFTA ฉบับ HS 2017


2. เกณฑ์ทั่วไป (General Rule: GR) ภายใต้ ACFTA มี 2 ลักษณะ ดังนี้


2.1 RVC≥40 หรือ CTH สำหรับพิกัดศุลกากรตอนที่ 25, 26, 28, 29, 31, 39, 42 – 49, 57 – 59, 61, 62, 64, 66 – 71, 73 – 83, 86, 88, 91 - 97 ทั้งนี้ ยกเว้นพิกัดฯ 29.01, 29.02, 31.05, 39.01, 39.02, 39.03, 39.07, 39.08 ให้ใช้ RVC≥40 เท่านั้น


2.2 RVC≥40 สำหรับสินค้าอื่น ๆ ที่พิกัดศุลกากรไม่เข้าข่ายตาม 2.1

 

หมายเหตุ

RVC≥40 คือ เกณฑ์สัดส่วนการผลิตในภูมิภาคไม่ร้อยกว่าร้อยละ 40 ของราคา F.O.B.

CTH คือ เกณฑ์การเปลี่ยนพิกัดศุลกากรในระดับ 4 หลัก

ขั้นตอนการรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า

1. กระบวนการตรวจคุณสมบัติด้านถิ่นกำเนิดสินค้า (ตรวจต้นทุน)

2. กระบวนการออกหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า

ระเบียบ/ข้อกฎหมาย/ประกาศที่เกี่ยวข้อง

1. กฎว่าด้วยถิ่นกำเนิดสินค้า (Rules of Origin: RoO) ภายใต้ ACFTA

2. ระเบียบปฏิบัติเกี่ยวกับการออกหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า (Operational Certification Procedures: OCP)

3. ประกาศกรมการค้าต่างประเทศ เรื่องการออกหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าตามความตกลงว่าด้วยการค้าสินค้า ภายใต้กรอบความตกลงว่าด้วยความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างกลุ่มประเทศสมาชิกสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และสาธารณรัฐประชาชนจีน พ.ศ. 2559

4. Form E และ Overleaf notes

5. E-book ACFTA

คำถามที่พบบ่อย

Q1 : สินค้า XXX นี้ได้รับสิทธิภาษีหรือไม่?

A1 : ให้ผู้ประกอบการสอบถามพิกัดศุลกากรในระดับ 8 หลักจากลูกค้า หรือศุลกากรประเทศปลายทาง และนำพิกัดฯ มาตรวจสอบในตารางการลดภาษีของประเทศผู้นำเข้านั้น ๆ ถ้าส่งออกไปจีนก็เลือกจีน ถ้านำเข้าไทยก็ให้เลือกตารางของไทยครับ

 

Q2 : Movement Certificate คืออะไร แตกต่างจาก Back – To – Back หรือไม่?

A2 : Movement Certificate คือเอกสารหนังสือรับรองถิ่นกำเนิด Form E ประเภทหนึ่ง ที่หน่วยงานออกหนังสือรับรองฯ จะออกให้ในกรณีที่เป็นประเทศภาคีคนกลาง โดยมีการนำเข้าสินค้ามาจากประเทศภาคีต้นทาง พร้อมกับได้รับ Form E มา (สินค้าถูกส่งออกมาที่ประเทศไทย แตกต่างกับกรณี Third Country Invoicing) และจะขายสินค้าดังกล่าวไปยังประเทศภาคีที่สาม ผู้ประกอบการสามารถนำ Movement Certificate Form E ไปใช้ลดอัตราภาษีที่ด่านศุลกากรปลายทางได้ หลักการของ Movement Certificate จึงเทียบได้กับหลักการ Back – To – Back ของกรอบความตกลงอื่นๆ

 

 

Q3 : นำเข้าสินค้าล็อตใหญ่จากจีน ต้องการแบ่งขายในประเทศ และส่งออกนอกประเทศ ทำได้หรือไม่?

A3 : ได้ ถือว่าใช้หลักการ partial export กล่าวคือนำบางส่วนขายในประเทศไทย และสามารถทำการขอ Movement Certification ส่งออกไปยังประเทศภาคีอื่น ๆ ได้ โดยไม่เกินจำนวนที่นำเข้ามาตอนแรก

 

 

Q4 : ทำการค้ากับจีน ระหว่างความตกลง ASEAN – China กับ RCEP ต่างกันหรือไม่ เลือกใช้อย่างไรจึงจะเหมาะสมที่สุด

A4 : ผู้ประกอบการควรเปรียบเทียบผลประโยชน์ของทั้งสองความตกลงฯ ในแง่ของอัตราภาษีที่ได้รับการยกเว้น ความยากง่ายของกฎถิ่นกำเนิดสินค้า ห่วงโซ่การค้าว่าครอบคลุมประเทศภาคีในบ้าง และความต้องการของผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง


    


............................................... 

  

 

 เอกสารแนบ

 

ความเป็นมาของความตกลงเขตการค้าเสรีอาซียน-จีน

วันที่ 4 พฤศจิกายน 2545 ผู้นำอาเซียนและจีนได้ลงนามกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจอาเซียน - จีน ซึ่งครอบคลุมประเด็นการค้าสินค้า การค้าบริการและการลงทุน และความร่วมมือทางเศรษฐกิจต่าง ๆ

 

วันที่ 9 ตุลาคม 2556 ผู้นำอาเซียนและจีนเห็นชอบแนวคิดยกระดับความตกลงการค้าเสรีอาเซียน - จีน ให้มีความทันสมัย สอดคล้องการค้าปัจจุบัน ในด้านการค้าสินค้า การค้าบริการและการลงทุน

 

พฤศจิกายน 2558 รัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน - จีน ได้ลงนามพิธีสารเพื่อแก้ไขกรอบความตกลงว่าด้วยความร่วมมือทางด้านเศรษฐกิจและความตกลงที่เกี่ยวข้อง (Protocol to Amend the Framework Agreement on Comprehensive Economic Co-operation and Certain Agreements thereunder between the Association of Southeast Asian Nations (ASEAN) and the People’s Republic of China) และมีผลบังคับใช้เมื่อ 1 กรกฎาคม 2559

หลักการใช้สิทธิประโยชน์ทางการค้า

การขอรับสิทธิประโยชน์ทางการค้า ภายใต้ความตกลง ACFTA ผู้ประกอบการไทยจะต้องดำเนินการขอหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า Form E กับกรมการค้าต่างประเทศ และนำไปสำแดงต่อกรมศุลกากรประเทศผู้นำเข้า ซึ่งอาจเป็นสมาชิกอาเซียน หรือ จีน ในทางกลับกัน หากเป็นกรณีนำเข้าไทย ผู้ประกอบการที่มี Form E สามารถนำไปสำแดงต่อกรมศุลกากรไทย เพื่อขอลดหรือยกเว้นอัตราภาษีตามที่กระทรวงการคลังกำหนด

 

การใช้สิทธิประโยชน์ทางการค้า ผู้ประกอบการจะต้องมีความรู้ความเข้าใจด้านกฎถิ่นกำเนิดสินค้าและปฏิบัติตามพันธกรณีระหว่างประเทศ ได้แก่ กฎว่าด้วยถิ่นกำเนิดสินค้า ระเบียบปฏิบัติการออกหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า ประกาศกรมการค้าต่างประเทศ หรือประกาศกรมศุลกากรในส่วนที่เกี่ยวข้อง

ตารางการลดภาษีภายใต้ความตกลงการค้าเสรีอาเซียน - จีน (ACFTA)

 

Tariff Reduction Schedule under ASEAN -China Free Trade Area

1. จีน (China) (ฉบับ HS 2019 / ฉบับ HS 2021)

2. เวียดนาม (Vietnam)

3. สปป.ลาว (Laos)

4. สิงคโปร์ (Singapore)

5. ฟิลิปปินส์ (Philippines)

6. เมียนมา (Myanmar)

7. มาเลเซีย (Malaysia)

8. กัมพูชา (Cambodia)

9. อินโดนีเซีย (Indonesia)

10. บรูไน (Brunei)

11. ไทย (Thailand)

เกณฑ์ถิ่นกำเนิดสินค้า

(Origin Criteria)

1. เกณฑ์ถิ่นกำเนิดเฉพาะรายสินค้า (Product Specific Rules: PSRs)
ให้ตรวจสอบก่อนว่าเป็นสินค้ามีการระบุให้ใช้เกณฑ์เฉพาะหรือไม่ หากมีให้ใช้เกณฑ์ตามตาราง PSRs แต่หากไม่มีให้ใช้เกณฑ์ทั่วไปตามข้อ 2

ตารางเกณฑ์ถิ่นกำเนิดสินค้า ภายใต้ ACFTA ฉบับ HS 2017


2. เกณฑ์ทั่วไป (General Rule: GR) ภายใต้ ACFTA มี 2 ลักษณะ ดังนี้


2.1 RVC≥40 หรือ CTH สำหรับพิกัดศุลกากรตอนที่ 25, 26, 28, 29, 31, 39, 42 – 49, 57 – 59, 61, 62, 64, 66 – 71, 73 – 83, 86, 88, 91 - 97 ทั้งนี้ ยกเว้นพิกัดฯ 29.01, 29.02, 31.05, 39.01, 39.02, 39.03, 39.07, 39.08 ให้ใช้ RVC≥40 เท่านั้น


2.2 RVC≥40 สำหรับสินค้าอื่น ๆ ที่พิกัดศุลกากรไม่เข้าข่ายตาม 2.1

 

หมายเหตุ

RVC≥40 คือ เกณฑ์สัดส่วนการผลิตในภูมิภาคไม่ร้อยกว่าร้อยละ 40 ของราคา F.O.B.

CTH คือ เกณฑ์การเปลี่ยนพิกัดศุลกากรในระดับ 4 หลัก

ขั้นตอนการรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า

1. กระบวนการตรวจคุณสมบัติด้านถิ่นกำเนิดสินค้า (ตรวจต้นทุน)

2. กระบวนการออกหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า

ระเบียบ/ข้อกฎหมาย/ประกาศที่เกี่ยวข้อง

1. กฎว่าด้วยถิ่นกำเนิดสินค้า (Rules of Origin: RoO) ภายใต้ ACFTA

2. ระเบียบปฏิบัติเกี่ยวกับการออกหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า (Operational Certification Procedures: OCP)

3. ประกาศกรมการค้าต่างประเทศ เรื่องการออกหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าตามความตกลงว่าด้วยการค้าสินค้า ภายใต้กรอบความตกลงว่าด้วยความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างกลุ่มประเทศสมาชิกสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และสาธารณรัฐประชาชนจีน พ.ศ. 2559

4. Form E และ Overleaf notes

5. E-book ACFTA

คำถามที่พบบ่อย

Q1 : สินค้า XXX นี้ได้รับสิทธิภาษีหรือไม่?

A1 : ให้ผู้ประกอบการสอบถามพิกัดศุลกากรในระดับ 8 หลักจากลูกค้า หรือศุลกากรประเทศปลายทาง และนำพิกัดฯ มาตรวจสอบในตารางการลดภาษีของประเทศผู้นำเข้านั้น ๆ ถ้าส่งออกไปจีนก็เลือกจีน ถ้านำเข้าไทยก็ให้เลือกตารางของไทยครับ

 

Q2 : Movement Certificate คืออะไร แตกต่างจาก Back – To – Back หรือไม่?

A2 : Movement Certificate คือเอกสารหนังสือรับรองถิ่นกำเนิด Form E ประเภทหนึ่ง ที่หน่วยงานออกหนังสือรับรองฯ จะออกให้ในกรณีที่เป็นประเทศภาคีคนกลาง โดยมีการนำเข้าสินค้ามาจากประเทศภาคีต้นทาง พร้อมกับได้รับ Form E มา (สินค้าถูกส่งออกมาที่ประเทศไทย แตกต่างกับกรณี Third Country Invoicing) และจะขายสินค้าดังกล่าวไปยังประเทศภาคีที่สาม ผู้ประกอบการสามารถนำ Movement Certificate Form E ไปใช้ลดอัตราภาษีที่ด่านศุลกากรปลายทางได้ หลักการของ Movement Certificate จึงเทียบได้กับหลักการ Back – To – Back ของกรอบความตกลงอื่นๆ

 

 

Q3 : นำเข้าสินค้าล็อตใหญ่จากจีน ต้องการแบ่งขายในประเทศ และส่งออกนอกประเทศ ทำได้หรือไม่?

A3 : ได้ ถือว่าใช้หลักการ partial export กล่าวคือนำบางส่วนขายในประเทศไทย และสามารถทำการขอ Movement Certification ส่งออกไปยังประเทศภาคีอื่น ๆ ได้ โดยไม่เกินจำนวนที่นำเข้ามาตอนแรก

 

 

Q4 : ทำการค้ากับจีน ระหว่างความตกลง ASEAN – China กับ RCEP ต่างกันหรือไม่ เลือกใช้อย่างไรจึงจะเหมาะสมที่สุด

A4 : ผู้ประกอบการควรเปรียบเทียบผลประโยชน์ของทั้งสองความตกลงฯ ในแง่ของอัตราภาษีที่ได้รับการยกเว้น ความยากง่ายของกฎถิ่นกำเนิดสินค้า ห่วงโซ่การค้าว่าครอบคลุมประเทศภาคีในบ้าง และความต้องการของผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง


    


...............................................