ระบบ GSP ตุรกี
การให้สิทธิ
ตุรกีเริ่มจัดให้มีระบบ GSP ของตนเอง ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2545 โดยให้สิทธิ์ลดหย่อนหรือยกเว้นภาษีนำเข้าแก่ประเทศกำลังพัฒนาปัจจุบันตุรกีได้มีการปรับปรุงโครงการ GSP ของตนให้สอดคล้องกับ GSP สหภาพยุโรปรอบใหม่ (พ.ศ. 2549 – 2551) ทั้งนี้ เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมที่จะเข้าเป็นสมาชิกสหสภาพยุโรปในอนาคต ตุรกีได้ประกาศรายการสินค้าที่ได้รับสิทธิพิเศษ GSP ของแต่ละประเทศ ประจำปี 2549 โดยประกาศเป็น Supplementary to the Ministerial on Import Regime ในกิจจานุเบกษา เลขที่ 26040 (ทวิ) ลงวันที่ 31 ธันวาคม 2548 มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2549 ซึ่งไทยก็ได้รับสิทธิพิเศษ GSP ในฐานะเป็นประเทศกำลังพัฒนา
ระยะเวลาโครงการ
ทบทวนทุกปี
ประเทศที่ได้รับสิทธิ GSP
ประเทศที่ได้รับสิทธิ GSP ได้แก่ ประเทศที่กำลังพัฒนาและดินแดนในเขตปกครอง ตุรกียึดหลักเกณฑ์ในการพิจารณาให้สิทธิ GSP แบบเดียวกันกับ
สหภาพยุโรป กล่าวคือ ประเทศได้รับสิทธิ GSP จะต้องไม่ใช่ประเทศที่มีรายได้สูง (High Income Country) ตามการจัดอันดับของธนาคารโลก นอกจากนี้ ภายใต้ระบบ GSP ตุรกีนั้นจะทำการพิจารณาประเทศที่จะได้รับสิทธิ์ดังกล่าวทุกปี
รายการสินค้าที่ได้รับสิทธิ GSP
- การให้สิทธิพิเศษทางภาษีนำเข้าของตุรกีนั้น จะให้แก่สินค้าอุตสาหกรรมซึ่งส่วนใหญ่เป็นสินค้าประเภทวัตถุดิบและสินค้ากึ่งสำเร็จรูปกว่า 2,500 รายการ คิดเป็นร้อยละ 15-20 ของรายการสินค้าทั้งหมด โดยสินค้าดังกล่าวเป็นสินค้าใน Chapter 28, 29,37,38,82, 84 และ85 และมีบางรายการจาก Chapter อื่นๆ รวมอยู่ด้วย ทั้งนี้ตุรกีไม่ให้ GSP แก่สินค้าเกษตร
- ท่านสามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับรายการสินค้าและอัตราภาษีของระบบ GSP ตุรกี ได้ที่ www.dtm.gov.tr หรือ http://www.gumruk.gov.tr/english/content.aspx?cT=3&cId=b_tariff และ http://www.gumruk.gov.tr/tariff/list2.htm
รายการสินค้าที่ถูกตัดสิทธิ
ปัจจุบันสินค้า 2 กลุ่ม (Sector) ที่ไทยถูกตัดสิทธิ์ คือ
- Sector 14 กลุ่มสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับโดยครอบคลุมสินค้าในChapter ที่ 71 ทุกรายการ
- Sector 17 กลุ่มสินค้ายานพาหนะและอุปกรณ์ส่วนประกอบที่เกี่ยวข้อง โดยครอบคลุมสินค้าใน Chapter ที่ 86-89 ทุกรายการ
การลดหย่อนภาษี
ตุรกีกำหนดอัตราการลดหย่อนภาษีตามประกาศรายการสินค้าที่ได้รับสิทธิ GSP โดยใน ปี 2006 ประกาศเป็น Supplementary to the Ministerial Decree on Import Regime (ประกาศในกิจจานุเบกษาที่ 26040 (ทวิ) ลงวันที่ 31 ธันวาคม 2548 มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 1 มกราคม 2549)
เงื่อนไขการขอรับสิทธิ GSP
เป็นสินค้าที่อยู่ในรายการสินค้าที่ตุรกีให้สิทธิ GSP และไม่ได้อยู่ในบัญชีรายการสินค้าที่โดนตัดสิทธิและต้องผลิตถูกต้องตามกฎแหล่งกำเนิดสินค้าภายใต้สิทธิพิเศษ GSP ที่ทางตุรกีกำหนดและส่งตรงจากประเทศที่ทำการผลิตไปยังตุรกีและมีหนังสือรับรองแหล่งกำเนิดสินค้าประกอบการขอใช้สิทธิ์
มาตรการตัดสิทธิ
ตุรกียึดหลักการในการพิจารณาตัดสิทธิ GSP เช่นเดียวกันกับระบบ GSP ของสหภาพยุโรป
กฎว่าด้วยแหล่งกำเนิดสินค้า
สินค้าที่จะขอรับสิทธิพิเศษ GSP ได้ จะต้องผลิตตามกรรมวิธีที่กำหนด ดังนี้
- ผลิตโดยใช้วัตถุดิบภายในประเทศผู้ผลิตทั้งหมด (Wholly Obtained Goods) หรือ
- ผลิตจากวัสดุนำเข้าที่ได้รับการแปรสภาพอย่างเพียงพอ (Sufficient process)
จนกลายเป็นสินค้าใหม่ภายใต้พิกัดศุลกากรที่แตกต่างไปจากพิกัดศุลกากรของวัสดุนำเข้า หรือ ผลิตจากวัสดุนำเข้าตามอัตราส่วนร้อยละของมูลค่าที่กำหนด ทั้งนี้จะต้องเป็นไปตามกฎที่ระบุไว้แตกต่างกันไปตามแต่เฉพาะรายการสินค้า
ในกรณีที่มีการนำเข้าวัสดุจากต่างประเทศมาใช้ในการผลิตให้ถือว่า
- วัสดุที่มีแหล่งกำเนิดในตุรกีเปรียบเสมือนหนึ่งวัสดุของประเทศผู้รับสิทธิ GSP ที่เป็นผู้ ผลิตตามกฎการใช้วัสดุของประเทศผู้ให้สิทธิ GSP (Donor Country Content Rule) โดยวัสดุดังกล่าวจะต้องมีหนังสือรับรองแหล่งกำเนิดสินค้า EUR I จากตุรกีกำกับมาด้วย
- วัสดุที่มีแหล่งกำเนิดในสหภาพยุโรป สวิตเซอร์แลนด์ และนอรเวย์ให้เปรียบเสมือนหนึ่งวัสดุของประเทศผู้รับสิทธิ GSP สามารถนำมาสะสมแหล่งกำเนิดสินค้าได้ เช่นกัน ทั้งนี้วัสดุดังกล่าวจะต้องมีหนังสือรับรองแหล่งกำเนิดสินค้า EUR I กำกับมาด้วย
- ระบบ GSP ตุรกีไม่อนุญาตให้มีการสะสมแหล่งกำเนิดสินค้าสำหรับพิกัด 01-24 ซึ่งเป็นกลุ่มสินค้าเกษตร
เอกสารที่จำเป็นในการขอใช้สิทธิ
หนังสือรับรองแหล่งกำเนิดสินค้า Form A ที่ออกโดยกรมการค้าต่างประเทศกระทรวงพาณิชย์