เปลี่ยนการแสดงผล

แสดงรายละเอียด ข่าวกรมการค้าต่างประเทศ

คต.ผลักดันผู้ส่งออกรับรองตัวเองภายใต้ระบบ GSP สวิตเซอร์แลนด์และนอร์เวย์ ดีเดย์ 1 มกราคม 2560 | 1493 

              กรมการค้าต่างประเทศพร้อมรองรับ  ระบบการรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าด้วยตัวเองของผู้ส่งออก (Registered Exporter system (REX)) ภายใต้ระบบGSP สวิตเซอร์แลนด์และนอร์เวย์ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ส่งออกไทย เริ่มดีเดย์  1 มกราคม 2560 โดยผู้ประกอบการที่ลงทะเบียน (Registered exporter) แล้ว จะสามารถรับรองถิ่นกำเนิดฯ ได้ด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องมาขอออก Form A กับกรมฯ  อีกต่อไป ทำให้ประหยัดระยะเวลาและค่าใช้จ่าย ลดต้นทุนในการดำเนินการส่งออกอันจะเป็นปัจจัยที่ส่งเสริมให้ผู้ส่งออกไทยมีการใช้สิทธิฯ เพิ่มขึ้น

นางดวงพร รอดพยาธิ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า กรมฯ ได้รับแจ้งจากศุลกากรสวิตฯ เรื่องการใช้สิทธิประโยชน์ทางการค้าภายใต้ระบบ GSP สวิตเซอร์แลนด์และนอร์เวย์ ว่าจากเดิมที่ใช้หนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า  (Form A)  มาเป็นการใช้ระบบรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าด้วยตัวเองของผู้ส่งออก หรือRegistered Exporter (REX) system ซึ่งขณะนี้กรมฯ อยู่ในระหว่างการเตรียมการภายในเพื่อรองรับการลงทะเบียนในระบบ REX ให้กับผู้ส่งออกที่มีความพร้อมในการรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าด้วยตัวเอง โดยจะเริ่มให้บริการได้ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2560 เป็นต้นไป สำหรับผู้ส่งออกที่ยังไม่พร้อมรับรองถิ่นกำเนิดฯ ด้วยตัวเอง สามารถมาขอหนังสือรับรองฯ (Form A) จากกรมฯ ได้จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2560 อย่างไรก็ดี ผู้ส่งออกที่ประสงค์จะลงทะเบียนเป็น Registered Exporter เพื่อรับรองถิ่นกำเนิดฯ ด้วยตัวเอง จะต้องมั่นใจว่าสินค้าที่ส่งออกผลิตได้ถูกต้องตามกฎถิ่นกำเนิดสินค้าภายใต้ระบบ GSP สวิตเซอร์แลนด์และนอร์เวย์ ทั้งนี้ เพื่อเป็นการป้องกันการถูกตรวจสอบย้อนหลังจากศุลกากรของทั้งสองประเทศ ซึ่งหากไม่มั่นใจเกี่ยวกับหลักเกณฑ์ถิ่นกำเนิดสินค้า แนะนำให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่กรมฯ ซึ่งพร้อมให้บริการในเรื่องนี้

ทั้งนี้ นอร์เวย์และสวิตเซอร์แลนด์ให้สิทธิ GSP แก่ประเทศกำลังพัฒนารวมทั้งไทยมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2514 และปี พ.ศ. 2515 ตามลำดับ ซึ่งเป็นการลดหย่อน/ยกเว้นภาษีนำเข้าให้กับสินค้าเกือบทุกรายการยกเว้นสินค้าประเภทสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มบางรายการที่ไม่ได้รับสิทธิฯ โดยในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2559 ไทยมีการใช้สิทธิฯ ส่งออกไปยังนอร์เวย์มูลค่า 12.35 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และสวิตเซอร์แลนด์มูลค่า 181.34 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ตัวอย่างสินค้าส่งออกสำคัญของไทยที่ใช้สิทธิ GSP นอร์เวย์ ได้แก่ ข้าวโพดหวาน (พิกัดฯ 200580) อาหารปรุงแต่ง (พิกัดฯ 210690) พืชผักผลไม้ต่างๆ (พิกัดฯ 200600) กางเกงที่ผลิตจากเส้นใยสังเคราะห์ (พิกัดฯ 620463) สตาร์ชทำจากมันสำปะหลัง (พิกัดฯ 110814) ข้าวหอมมะลิ ( พิกัดฯ100630) เป็นต้น สินค้าส่งออกที่ใช้สิทธิ GSP สวิตส์เซอร์แลนด์ ได้แก่ ปลาทูน่ากระป๋อง (พิกัดฯ 160414) สารปรุงแต่งกลิ่นในเครื่องดื่ม (พิกัดฯ 330210) เฟอร์นิเจอร์ไม้ที่ประดับด้วยมุก (พิกัดฯ 442090) เครื่องเพชรพลอยและรูปพรรณทำด้วยโลหะมีค่า (พิกัดฯ 711319) ผ้าร่อนและสักหลาด (พิกัดฯ 591120) รถยนต์ขนาด 1,000-1,500 CC (พิกัดฯ 870322) น้ำสับปะรด (พิกัดฯ 200949) เป็นต้น 

ทั้งนี้ ผู้ส่งออกที่ประสงค์จะขอใช้สิทธิประโยชน์ทางการค้าภายใต้ GSP สวิตเซอร์แลนด์และนอร์เวย์ สามารถสอบถามข้อมูลและติดตามข่าวสารทางการค้าเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมการค้าต่างประเทศ 1385 หรือ http://www.dft.go.th และรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กองสิทธิประโยชน์ทางการค้า กรมการค้าต่างประเทศ โทรศัพท์ 0 2547 4771 – 86 ต่อ 4755 โทรสาร 0 2547 4816 หรือ e-mail: tpdft@mocnet.moc.go.th 

เอกสารแนบ