เปลี่ยนการแสดงผล

แสดงรายละเอียด เอกสารเผยแพร่

แนวทางการพัฒนาการเลี้ยงไก่ไข่และอนาคตการส่งออกไข่ไก่ไทย | 42014 

 แนวทางการพัฒนาการเลี้ยงไก่ไข่และอนาคตการส่งออกไข่ไก่ไทย

-----------------------------------------------------------------

1. สถานการณ์ไข่ไก่ของโลก

1.1 การผลิต

                1) ผลผลิต ปริมาณการผลิตไข่ไก่ของโลกในระยะที่ผ่านมาผลผลิตไข่ไก่ของโลกมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามลำดับ   ทั้งนี้คาดว่าในปี 2546 มีผลผลิตประมาณ 833,420 ล้านฟอง เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.66 เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2545  ซึ่งผลิตได้ 819,821 ล้านฟอง

                2) ผู้ผลิต ประเทศผู้ผลิตที่สำคัญ คือ สาธารณรัฐประชาชนจีน (48.24%) รองลงมา คือ สหรัฐอเมริกา (10.70%) สหภาพยุโรป (10.67%)  ญี่ปุ่น (5.02%)  อินเดีย (4.80%)  เม็กซิโก (4.55%)  รัสเซีย(4.08%)  ไทย (1.1%)  ฯลฯ

ตารางที่1ปริมาณผลผลิตไข่ไก่ของโลกปี2541-2546

หน่วย:ล้านฟอง

ประเทศ

ปี2541

ปี2542

ปี2543

ปี2544

ปี25451/

ปี25462/

%สัดส่วน ปี2546

จีน

307,760

365,300

381,340

387,500

395,200

402,000

48.24

สหรัฐอเมริกา

79,896

82,943

84,420

85,812

87,240

89,183

10.70

สหภาพยุโรป

89,327

88,457

85,768

88,981

89,000

88,900

10.67

ญี่ปุ่น

42,117

41,975

42,041

42,100

41,900

41,846

5.02

อินเดีย

34,000

35,000

36,000

38,500

39,500

40,000

4.80

เม็กซิโก

29,898

32,428

35,155

36,034

36,935

37,900

4.55

รัสเซีย

33,000

33,000

33,900

34,200

34,400

34,400

4.08

ไทย

8,500

8,060

8,370

8,800

9,350

9,240

1.11

อื่นๆ

75,457

79,749

83,457

85,424

87,146

90,351

10.84

รวมทั้งโลก

699,955

767,052

790,881

806,751

819,821

833,420

100.00

%การเปลี่ยนแปลง

 

9.59

3.11

2.01

1.62

1.66

 

 

ที่มา: World Markets and Trade

1/ตัวเลขเบื้องต้น

2/ประมาณการ

 

1.2 การใช้

                1) ปริมาณการใช้  ในแต่ละปีปริมาณการใช้ไข่ไก่ของโลกเพิ่มขึ้นตามลำดับ  ตั้งแต่ปี  2542 เป็นต้นมา ในปี 2546  คาดว่าปริมาณการบริโภคไข่ไก่ประมาณ 823,636 ล้านฟอง  เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.31 เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2545  ซึ่งใช้ไข่ไก่ในการบริโภค 789,588 ล้านฟอง

                2) ผู้ใช้  ประเทศใช้ไข่ไก่ที่สำคัญ คือ สาธารณรัฐประชาชนจีน (50.14%)  สหรัฐอเมริกา (9.69%)  สหภาพยุโรป (9.61%)  ญี่ปุ่น (5.31%)  อินเดีย (4.87%)   เม็กซิโก (4.73%)  รัสเซีย (3.96%)  บราซิล(1.82%)  อินโดนีเซีย (1.40%)  เกาหลีใต้ (1.04%)  ไทย (1.12%)  ฯลฯ

 

ตารางที่2ปริมาณการบริโภคไข่ไก่ของโลกปี2541-2546

หน่วย:ล้านฟอง

ประเทศ

ปี2541

ปี2542

ปี2543

ปี2544

ปี25451/

ปี25462/

%สัดส่วน
ปี2546

จีน

300,249

357,733

373,275

379,419

386,964

413,000

50.14

สหรัฐอเมริกา

69,828

73,299

74,448

76,109

77,680

79,784

9.69

สหภาพยุโรป

80,149

78,711

75,919

79,009

79,300

79,121

9.61

ญี่ปุ่น

43,817

43,951

44,029

43,900

43,750

43,733

5.31

อินเดีย

33,315

34,343

35,304

37,725

38,670

40,144

4.87

เม็กซิโก

29,978

32,424

35,206

36,081

36,988

38,998

4.73

รัสเซีย

30,850

30,850

31,770

32,065

32,255

32,618

3.96

บราซิล

13,629

14,744

14,535

14,642

14,723

15,019

1.82

อินโดนีเซีย

5,297

7,900

10,284

10,809

11,309

11,500

1.40

เกาหลีใต้

8,028

8,103

8,375

8,466

8,547

8,600

1.04

ไทย

8,400

8,032

8,290

8,760

9,314

9,200

1.12

อื่นๆ

47,565

46,367

48,636

49,668

51,002

51,918

6.30

รวมทั้งโลก

671,105

736,625

760,431

776,193

789,588

823,636

100.00

 

ที่มา: World Markets and Trade,สมาคมผู้ผลิตผู้ค้า และผู้ส่งออกไข่ไก่

1/ตัวเลขเบื้องต้น

2/ประมาณการ

 

1.3. การค้าไข่ไก่ในตลาดโลก

                1) ปริมาณการค้าในปี 2546 คาดว่าทั่วโลกมีปริมาณการค้าไขไก่ประมาณ 8,081 ล้านฟอง  ลดลงร้อยละ 1.41  เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2545  มีปริมาณ 8,197 ล้านฟอง

                2) ผู้นำเข้า ประเทศผู้นำเข้าไข่ไก่ที่สำคัญ คือ สหภาพยุโรป (43.31%) ญี่ปุ่น (23.14%)  ฮ่องกง (18.56%) แคนาดา (7.67%)  เม็กซิโก (2.23%)  สหรัฐอเมริกา (1.24%)  เกาหลีใต้ (0.65%)  ฯลฯ

 

ตารางที่3ประเทศผู้นำเข้าไข่ไก่ที่สำคัญของโลก ปี2541-2546

หน่วย:ล้านฟอง

ประเทศ

ปี2541

ปี2542

ปี2543

ปี2544

ปี25451/

ปี25462/

%สัดส่วน ปี2546

สหภาพยุโรป

4,206

3,585

3,826

3,564

3,600

3,500

43.31

ญี่ปุ่น

1,700

1,976

1,988

1,800

1,850

1,870

23.14

ฮ่องกง

1,498

1,506

1,434

1,482

1,492

1,500

18.56

แคนาดา

791

735

577

585

650

620

7.67

เม็กซิโก

270

171

186

189

190

180

2.23

สหรัฐอเมริกา

70

89

101

110

96

100

1.24

เกาหลีใต้

41

42

46

48

50

53

0.65

อื่นๆ

386

242

343

253

269

259

3.20

รวมทั้งโลก

8,962

8,346

8,501

8,031

8,197

8,081

100.00

%การเปลี่ยนแปลง

 

-6.87

1.86

-5.53

2.07

-1.41

 

 

ที่มา: World Markets and Trade

1/ตัวเลขเบื้องต้น

2/ประมาณการ

               

                3) ผู้ส่งออก  ประเทศผู้ส่งออกสำคัญ คือ สหภาพยุโรป (58.98%)  สหรัฐอเมริกา (14.74%)  สาธารณรัฐประชาชนจีน (8.19%)  บราซิล (6.14%)  แคนาดา (4.75%)  อินเดีย (3.44%)  มาเลเซีย (2.62%) ไทย (0.33%)  ฯลฯ

 

ตารางที่4ปริมาณส่งออกไข่ไก่ของโลกในปี2541-2546

หน่วย:ล้านฟอง

ประเทศ

ปี2541

ปี2542

ปี2543

ปี2544

ปี25451/

ปี25462/

%สัดส่วน ปี2546

สหภาพยุโรป

7,155

7,017

7,375

7,377

7,200

7,200

58.98

สหรัฐอเมริกา

2,626

1,942

2,062

2,105

1,980

1,800

14.74

จีน

898

774

1,060

933

989

1,000

8.19

บราซิล

7

24

267

438

657

750

6.14

แคนาดา

367

454

553

560

570

580

4.75

อินเดีย

315

267

291

355

400

420

3.44

มาเลเซีย

468

587

490

355

335

320

2.62

ไทย

99

28

89

35

38

40

0.33

อื่นๆ

70

57

87

88

90

98

0.81

รวมทั้งโลก

12,005

11,150

12,285

12,261

12,291

12,208

100.00

%การเปลี่ยนแปลง

 

-7.12

10.18

-0.20

0.24

-0.67

 

 

ที่มา: World Markets and Trade,สมาคมผู้ผลิตผู้ค้าและผู้ส่งออกไข่ไก่

1/ตัวเลขเบื้องต้น

2/ประมาณการ

 

2. สถานการณ์ของไทย

                สถานการณ์ไข่ไก่ในปี 2545  ได้มีการจัดระเบียบนำเข้าพ่อ-แม่พันธุ์ไก่ไข่เพื่อควบคุมปริมาณการผลิตไข่ไก่ให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด  ส่งผลให้ผู้เลี้ยงไก่ไข่เกรงว่าจะขาดแคลนลูกไก่ไข่ จึงสั่งซื้อเพิ่มขึ้นในขณะเดียวกันยืดอายุการปลดระวางแม่ไก่ไข่ออกไป  ทำให้ผลผลิตเพิ่มขึ้นคาดการณ์ว่ามีผลผลิตล้นตลาดวันละ 3-4 ล้านฟอง  เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่จึงเร่งระบายผลผลิตออกสู่ตลาด  พร้อมทั้งผู้ประกอบการรายใหญ่เร่งระบายไข่ไก่ออกสู่ตลาดด้วย  ส่งผลให้ราคาไข่ไก่คละลดเหลือฟองละ 1 บาท  เมื่อเปรียบเทียบกับต้นทุนการผลิตเฉลี่ยฟองละ 1.40-1.50 บาท  ทำให้เกษตรกรได้รับความเดือดร้อน  ภาครัฐได้ร่วมมือกับภาคเอกชนหามาตรการในการกำหนดแนวทางแก้ไขราคาไข่ไก่ตกต่ำ  โดยการลดปริมาณแม่ไก่ไข่ออกจากระบบ 2 ล้านตัว  ในเบื้องต้นจะปลดระวางแม่ไก่ไข่จำนวน 1 ล้านตัว  ซึ่งผู้ประกอบการรายใหญ่ร่วมกันปลดระวางแม่ไก่ไข่ จำนวน 880,000 ตัว  ส่วนที่เหลือ 120,000 ตัว ผู้เลี้ยงรายย่อยร่วมกันปลดระวางแม่ไก่ไข่

2.1 การผลิต แหล่งผลิตไก่ไข่มีการเลี้ยงกันอย่างแพร่หลายทั่วภูมิภาคของไทย  แต่แหล่งเลี้ยงขนาดใหญ่อยู่ในเขตภาคกลาง ได้แก่ จังหวัดฉะเชิงเทรา  ชลบุรี  สุพรรณบุรี  อ่างทอง  พระนครศรีอยุธยา  สระบุรี และนครนายก  ซึ่งมีผลผลิตคิดเป็นประมาณร้อยละ 60 ของผลผลิตรวมทั้งประเทศ  การผลิตไข่ไก่ในระยะที่ผ่านมา มีดังนี้

 

 

หน่วย

ปี2543

ปี2544

ปี25451/

ปี25462/

%การเปลี่ยนแปลง46/45

ไก่ไข่/ปี

ล้านตัว

31

32

34

33.6

-3.6

ผลผลิตไข่พ่อแม่ไก่

ฟอง/ปี

270

275

275

275

0

ผลผลิตไข่ไก่

ล้านฟอง

8,370

8,800

9,350

9,240

-1.2

ที่มา :สมาคมผู้ผลิตผู้ค้าและผู้ส่งออกไข่ไก่

หมายเหตุ:1/ตัวเลขเบื้องตัน

2/ประมาณการ

               

                1) ปัญหาด้านการผลิต

                        1.1) พันธุ์ไก่ไข่  ขาดการวิจัยและพัฒนาพันธุ์  ในปัจจุบันจะต้องนำเข้าพ่อ-แม่พันธุ์ไก่ไข่จากต่างประเทศมาผลิตลูกไก่ไข่ ทำให้เสียค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง  และมีการนำเข้าเฉพาะผู้ผลิตรายใหญ่  ทำให้การผลิตลูกไก่ไข่เพื่อจำหน่ายกับผู้เลี้ยง  ในปัจจุบันค่อนข้างผูกขาด และลูกไก่มีราคาแพง  ส่งผลกระทบต่อเนื่องทำให้ต้นทุนการผลิตไข่ไก่สูงเกินควร  นอกจากนี้พันธุ์ไก่ไข่ที่นำเข้ามาทางหน่วยงานของรัฐไม่ได้เข้าร่วมทดสอบเพื่อรับรองว่าสายพันธุ์ใดควรส่งเสริมให้เกษตรกรเลี้ยง

                        1.2) โรคระบาด  ยังมีโรคระบาดเป็นครั้งคราว เช่น โรคนิวคาสเซิล  โรคอหิวาต์ตกโรค และโรคหวัดเรื้อรัง  ผู้เลี้ยงต้องประสบกับความสูญเสียค่อนข้างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีที่เกิดโรคระบาดของโรคนิวคาสเซิล

                        1.3) ราคาอาหารสัตว์  กว่าร้อยละ 70 ของต้นทุนในการเลี้ยงไก่ไข่คือค่าอาหารและในหลายปีที่ผ่านมา วัตถุดิบอาหารสัตว์มีราคาสูงขึ้น  โดยเฉพาะข้าวโพดเลี้ยงสัตว์  ซึ่งเป็นส่วนผสมที่สำคัญในอาหารไก่ไข่มีราคาแพง และมีแนวโน้มสูงขึ้นตลอดมา  และในบางปีเกิดการขาดแคลนต้องนำเข้าข้าวโพดจากต่างประเทศ เช่นเดียวกับกากถั่วเหลือง  ปลาป่น  สำหรับวัตถุดิบที่ผลิตได้เองภายในประเทศ ราคามักเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ  และส่วนใหญ่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น

                        1.4) ที่ดินมีราคาแพง  เป็นอุปสรรคต่อการขยายฟาร์ม  โดยเฉพาะผู้เลี้ยงรายใหม่ที่จะเข้ามาประกอบธุรกิจไก่ไข่ต้องประสบปัญหาด้านเงินลงทุน ในขณะเดียวกันผู้เลี้ยงรายเก่าที่มีฟาร์มอยู่ในบริเวณใกล้เคียงกับที่ดินที่ได้รับพัฒนาแล้วได้เลิกกิจการ และขายที่ดินที่เป็นฟาร์มไก่ไข่    ส่งผลให้การขยายตัวของการเลี้ยงไก่ไข่อยู่ในอัตราค่อนข้างต่ำ

                        1.5) แรงงานขาดแคลนและไม่มีคุณภาพ  การเลี้ยงไก่ไข่นอกจากการใช้ แรงงานในครัวเรือนแล้ว ในฟาร์มเลี้ยงไก่ขนาดใหญ่ จำเป็นต้องจ้างแรงงานเพิ่ม  ซึ่งค่อนข้างหายากเพราะเป็นงานค่อนข้างหนัก  แต่อาศัยความอดทนโดยเฉพาะกลิ่นจากมูลไก่ การทำความสะอาดโรงเรือน  การดูแลในการให้อาหาร  ให้ยา  ฯลฯ  ดังนั้นอาชีพการเลี้ยงไก่ไข่จึงมักไม่เป็นที่นิยมของผู้ใช้แรงงานโดยทั่วไป

                2) ปัญหาด้านการตลาด

                        2.1) ความไม่แน่นอนของราคา  โดยเฉพาะราคาไข่ไก่ที่เกษตรกรขายได้  มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นและลดลงค่อนข้างเร็ว  เป็นอุปสรรคต่อการวางแผนด้านการผลิต และการหาตลาดรองรับโดยมีสาเหตุสำคัญมากจาก

                                - ปริมาณไข่ไก่ที่ออกสู่ตลาดขาดความสม่ำเสมอ  ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศและการเข้าออกจากธุรกิจการเลี้ยงไก่ไข่ ซึ่งมีมากน้อยตามภาวะราคาไข่ไก่

                                - ตลาดรองรับมีจำกัดอยู่เฉพาะการบริโภคภายในประเทศเป็นหลัก  ซึ่งขาดความยืดหยุ่นในการตอบสนองต่อปริมาณไข่ไก่ที่มากขึ้น จนทำให้ไข่ไก่ที่มากขึ้นมีเกินความต้องการจำนวนมากในบางช่วงฤดูและเกิดปัญหาราคาตกต่ำ

                        2.2) การจัดขั้นมาตรฐานไข่ไก่  การขายไข่ไก่ในปัจจุบันเป็นการคัดขนาด ในฟาร์มขนาดเล็กที่ไม่มีเครื่องคัดขนาด  ก็ต้องจ้างแรงงานคัดทำให้มีค่าใช้จ่ายสูง  อีกทั้งไข่ไก่ขนาดเล็กมีปัญหาในการจำหน่าย  ทำให้ไข่ไก่ขนาดใหญ่มีราคาสูงตามความรู้สึกของผู้บริโภค  แม้ว่าเมื่อเปรียบเทียบกับอาหารโปรตีนอื่นแล้วราคาถูกกว่าก็ตาม

                        2.3) การจัดกลุ่มหรือองค์กรของผู้เลี้ยงในรูปสถาบันยังไม่มีความเข้มแข็งเท่าที่ควร  ในปัจจุบันมีเพียงสหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่แปดริ้ว จำกัด เท่านั้นที่เข้มแข็งพอสมควร  แต่ขณะเดียวกันผู้เลี้ยงรายย่อยในแหล่งอื่นๆ นอกเหนือจากนี้ที่มีเป็นจำนวนมาก ยังไม่สามารถรวมกลุ่มกันได้  ทำให้อยู่ในลักษณะต่างคนต่างขาย  ขาดอำนาจต่อรองในการจำหน่าย  ทำให้ราคาไข่ไก่ที่จำหน่ายได้ต่ำกว่าระดับที่ควรจะเป็น

                        2.4) อัตราการบริโภคไข่ไก่ของไทยอยู่ในระดับต่ำ  โดยเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศที่พัฒนาแล้วหรือประเทศใกล้เคียง  ทำให้ตลาดรองรับมีจำกัด

                        2.5) การแข่งขันในตลาดต่างประเทศ  การส่งออกต้องประสบกับปัญหาในการแข่งขัน เนื่องจากต้นทุนการผลิตไข่ไก่ของไทยอยู่ในอัตราสูง และต้องประสบกับปัญหาการสนับสนุนการส่งออกจากประเทศผู้ส่งออกรายอื่นๆ ทำให้ไข่ไก่ไม่สามารถส่งออกได้มากเท่าที่ควร  ทั้งๆ ที่มีศักยภาพในการผลิตของไทยยังสามารถเพิ่มปริมาณไข่ไก่ได้อีกมาก

2.2 การใช้  การบริโภคไข่ไก่ภายในประเทศ  ประมาณร้อยละ 98 ของผลผลิตไข่ไก่ในประเทศใช้บริโภคไข่ไก่สด  แต่อัตราการบริโภคไข่ไก่ของประชากรไทยยังค่อนข้างต่ำ  เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศที่พัฒนาแล้วและประเทศใกล้เคียง  อัตราการบริโภคมีแนวโน้มลดลงอีก  การบริโภคไข่ไก่ในระยะที่ผ่านมา ดังนี้

 

หน่วย

ปี2543

ปี2544

ปี25451/

ปี25462/

%การเปลี่ยนแปลง46/45

การบริโภครวม

ล้านฟอง

8,290

8,760

9,312

9,200

-1.2

การบริโภค/คน/ปี

ฟอง

133

140

148

146

-1.5

ที่มา :สมาคมผู้ผลิตผู้ค้าและผู้ส่งออกไข่ไก่

หมายเหตุ:1/ตัวเลขเบื้องตัน

2/ประมาณการ

                                                                             

เปรียบเทียบการบริโภคไข่ไก่ต่อคนต่อปีของบางประเทศ

ฟอง/คน/ปี

ประเทศ

ปี2541

ปี2542

ปี2543

ปี2544

ปี2545(e)

%เฉลี่ย

ญี่ปุ่น

348

348

346

344

343

346

ไต้หวัน

359

339

338

342

336

345

เม็กซิโก

304

324

327

325

332

320

จีน

243

287

290

302

326

280

ฝรั่งเศส

259

267

267

265

267

265

สหรัฐอเมริกา

245

256

260

260

266

255

มาเลเซีย

257

234

240

243

238

243

เยอรมันนี

226

225

226

226

226

226

ฮ่องกง

223

220

217

214

211

218

รัสเซีย

210

211

213

214

215

212

ไทย

133

129

133

140

148

134

ที่มา: World Markets and Trade,สมาคมผู้ผลิตผู้ค้าและผู้ส่งออกไข่ไก่

(e)ประมาณการ

                                 

2.3. การนำเข้า

                ประเทศไทยสามารถผลิตไข่ไก่เพื่อใช้บริโภคภายในประเทศได้อย่างเพียงพอ และมีผลผลิตเหลือจากการบริโภคภายในเพื่อส่งออกไปยังต่างประเทศในปริมาณไม่มากนัก  ส่วนการนำเข้าไข่ไก่สดเพื่อฟักเป็นลูกไก่ไข่พ่อ-แม่พันธุ์ ซึ่งในแต่ละปีนำเข้ามาในปริมาณและมูลค่าไม่มากนักดังนี้

ปี

ปริมาณนำเข้า(ล้านฟอง)

มูลค่า(ล้านบาท)

2542

0.030

0.570

2543

0.100

2.450

2544

0.003

0.110

2545

0.149

0.986

ที่มา:กรมศุลกากร

 

2.4. การส่งออก

                การส่งออกไข่ไก่ของไทยในระยะที่ผ่านมา เป็นการระบายผลผลิตส่วนเกิน  และเพื่อรักษาเสถียรภาพราคาไข่ไก่ภายในประเทศไม่ให้ตกต่ำจนเกินไป  การส่งออกจึงต้องมีการชดเชยการขาดทุน  โดยใช้เงินจากกองทุนของผู้เลี้ยงไก่ไข่ส่วนหนึ่ง และเงินสนับสนุนจากกองทุนรวมเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร (คชก.)  ผู้ส่งออกมักประสบกับการขาดทุน เนื่องจากจำเป็นต้องลดราคาลงมา   เพื่อแข่งขันกับประเทศส่งออกอื่นๆ  ดังนั้นการส่งออกในแต่ละปีจึงมีปริมาณและมูลค่าไม่แน่นอน   การส่งออกไข่ไก่ และผลิตภัณฑ์ยังมีปริมาณค่อนข้างจำกัด  เนื่องจากมีฮ่องกงเป็นตลาดหลักเพียงตลาดเดียวที่รับซื้อไข่ไก่สดจากไทยในปริมาณมาก นอกจากฮ่องกงแล้วก็มีส่งออกไปยังเมียนมาร์  โอมาน  บ้างในปริมาณไม่มากนัก  ในระยะที่ผ่านมาการส่งออกไข่ไก่สด ดังนี้

ปี

ปริมาณส่งออก(ล้านฟอง)

มูลค่า(ล้านบาท)

2542

27.800

32.950

2543

88.550

123.850

2544

39.481

64.601

2545

38.513

68.106

ที่มา:กรมศุลกากร

                               

2.5. มาตรการนำเข้าส่งออก

                1. มาตรการทางการค้า

                        การนำเข้า  : เสรี  ต้องมีหนังสือรับรองสุขอนามัย (Health Certificate)  จากประเทศผู้ส่งออกประกอบการนำเข้า

                        การส่งออก : เสรี ต้องมีหนังสือรับรองสุขอนามัย (Health Certificate) จากกรมปศุสัตว์ประกอบการส่งออก

                2. มาตรการทางภาษี

                        ส่งออก : ไม่เก็บภาษีส่งออก

                        นำเข้า  :  กำหนดอัตราภาษีนำเข้าทั่วไป  ตามข้อผูกพัน WTO และAFTA ดังนี้

อัตราภาษีนำเข้าไข่ไก่สด

 

ปี2546

ปี2547

ทั่วไป

ร้อยละ 30

ร้อยละ 30

ตามข้อผูกพันWTO

ร้อยละ27.3

ร้อยละ 27

ตามข้อผูกพันAFTA

ร้อยละ 0 - 5

ร้อยละ 0

 

3. นโยบายและมาตรการที่มีผลกระทบต่อการส่งออกไข่ไก่ไทย

                ในอดีตที่ผ่านมา  ภาครัฐบาลไม่ค่อยมีบทบาทเกี่ยวข้องกับธุรกิจการเลี้ยงไก่ไข่มากนัก  นอกจากให้ความรู้ในด้านการส่งเสริมแนะนำแก่เกษตรกรทั่วไปเป็นครั้งคราว  เช่น ด้านควบคุมคุณภาพและมาตรฐานอาหารสัตว์  ยาสัตว์  แต่หลังจากที่การเลี้ยงไก่ไข่ได้กลายเป็นธุรกิจที่มีการขยายตัวค่อนข้างมาก และมีการเลี้ยงกันอย่างแพร่หลาย  ทำให้เกิดปัญหาต่างๆ ทั้งด้านการผลิตและการตลาดขึ้นมากมาย รัฐบาลจึงได้เข้ามามีบทบาทในการแทรกแซงการผลิตและตลาดไข่ไก่  โดยได้กำหนดมาตรการต่างๆ ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันดังนี้

3.1 ด้านการผลิต

                1) พันธุ์ไก่ไข่  กรมปศุสัตว์ได้ทำการวิจัยพันธุ์  ปรับปรุงพันธุ์ รวมทั้งการขยายพันธุ์สัตว์  โดยในส่วนของการวิจัยเกี่ยวกับสัตว์ปีกในปัจจุบันมีสถานีบำรุงพันธุ์สัตว์อยู่ 1 สถานี   และ 1 สถาบันฯ คือ สถานีบำรุงพันธุ์สัตว์บางปะกง  จังหวัดฉะเชิงเทรา  และสถานีวิจัย และพัฒนาสัตว์ปีกแห่งชาติ  อำเภอกบินทร์บุรี  จังหวัดปราจีนบุรี  อย่างไรก็ตาม  จากงบประมาณและบุคลากรมีจำกัด ทำให้การวิจัยพันธุ์ไก่ไข่ของไทยยังไม่ก้าวหน้าเท่าที่ควร

                2) อาหารสัตว์  กรมปศุสัตว์ทำหน้าที่ควบคุมและตรวจสอบคุณภาพอาหารสัตว์ให้ได้มาตรฐานที่กำหนดไว้สำหรับสัตว์แต่ละชนิด ตามพระราชบัญญัติควบคุมอาหารสัตว์  พ.ศ. 2535*

                3) สุขภาพสัตว์  มีการฉีดวัคซีนป้องกันโรคระบาดในไก่โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โรคนิวคาสเซิลหลอดลมอักเสบติดต่อในไก่  ฝีดาษไก่และอหิวาต์โรคไก่  ซึ่งดำเนินการโดยกรมปศุสัตว์  รวมทั้งมีการผลิตผลิตภัณฑ์เพื่อผลิตวัคซีนสำหรับใช้ป้องกันโรคระบาดในไก่

                4) ต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์  เพื่อเป็นการช่วยเหลือผู้เลี้ยงสัตว์ในแง่ของการลดต้นทุนการผลิตโดยเฉพาะราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ไม่ให้แพงจนเกินไป  กระทรวงพาณิชย์โดยคณะกรรมการนโยบายอาหารได้พิจารณากำหนดปริมาณโควตา  อัตราภาษีนำเข้า  และอัตราค่าธรรมเนียมพิเศษในการนำเข้า  กากถั่วเหลือง  ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์  และปลาป่น  เพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์นั้นๆ

3.2 ด้านการตลาด

                จากการที่ราคาไข่ไก่ตกต่ำ  ทำให้เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่ได้รับความเดือดร้อน ประกอบกับการส่งออกไข่ไก่ไปยังตลาดต่างประเทศประสบกับปัญหาขาดทุน  ทางรัฐบาลโดยกระทรวงพาณิชย์จึงได้เข้าไปแทรกแซงตลาดไข่ไก่ตั้งแต่ปี 2535  โดยกำหนดแก้ไขปัญหาไว้ 2   แนวทาง  คือ

                        1) โครงการแทรกแซงตลาดไข่ไก่  คณะกรมการนโยบายและมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร (คชก.)  เป็นผู้พิจารณาอนุมัติเงินทุนหมุนเวียน  เพื่อให้สหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่นำไปใช้รวบรวมไข่ไก่ส่วนเกินจากแหล่งผลิตเก็บเข้าห้องเย็น

                        2 )โครงการจัดการช่วยเหลือการส่งออกไข่ไก่ คณะกรรมการนโยบายและมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร  เป็นผู้พิจารณาอนุมัติช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในด้านการขนส่ง และการตลาดในการส่งออกไข่ไก่ เพื่อให้สมาคมส่งเสริมการเลี้ยงไก่แห่งประเทศไทยฯ ใช้รวบรวมไข่ไก่ส่วนเกินส่งออกไปจำหน่ายต่างประเทศ

                        3) ปัจจุบันรัฐไม่มีนโยบายช่วยเหลือผู้เลี้ยงไก่ไข่  โดยการใช้เงินทุนจาก คชก.  ในการแทรกแซงตลาดไข่ไก่และช่วยเหลือการส่งออก

3.3. มาตรการภายใต้องค์การการค้าโลก (WTO) ที่มีผลต่อการส่งออกสินค้าไข่ไก่

                1) ทุกประเทศสมาชิก WTO ต้องยกเลิกมาตรการนำเข้าก่อนเป็นสมาชิก WTO ไทยมิได้ห้ามนำเข้าไข่ไก่  แต่มีมาตรการทางด้านภาษีนำเข้าไข่ไก่ทุกชนิดต้องเสียภาษีในอัตราร้อยละ 30  ซึ่งที่ผ่านมาไทยไม่ได้นำเข้าไข่ไก่สด  แต่มีการนำเข้าไข่ผงและไข่แปรรูปเพื่ออุตสาหกรรมอาหารบางชนิด เมื่อพิจารณาจากภาวะอุตสาหกรรมไข่ไก่ของไทยที่ผ่านมามาตรการยกเลิกการห้ามนำเข้าไข่ไก่น่าจะเป็นผลดีมากกว่าผลเสียหากไทยยังคงภาษีนำเข้าไข่ไก่ไม่ให้ต่ำกว่าเดิม  และไม่มีการอุดหนุนการส่งออกจากต่างประเทศ  ไทยจะมีโอกาสเปิดตลาดใหม่ได้มากขึ้น  แต่ไทยต้องมีมาตรการปกป้องตนเองที่นอกเหนือจากด้านมาตรการภาษีให้รัดกุมมากยิ่งขึ้นด้วย  ผู้ผลิตไทยต้องพยายามลดต้นทุนให้มากที่สุดเพื่อให้ไข่ไก่ที่ผลิตในประเทศไทยสามารถแข่งขันกับราคาไข่ไก่ที่มีโอกาสนำเข้าได้ด้วย ในขณะเดียวกันรัฐควรพิจารณาลดภาษีสินค้าที่ใช้เป็นวัตถุดิบอาหารสัตว์  หมวดเครื่องจักร  หมวดวัคซีน  และเวชภัณฑ์ที่นำเข้าจากต่างประเทศ

                2) ผลจากข้อตกลงด้านการลดภาษีนำเข้า  เงื่อนไขในการลดภาษีนำเข้าในข้อตกลง WTO  คือประเทศที่พัฒนาแล้วต้องลดภาษีลงอย่างน้อยร้อยละ 15 ในแต่ละรายการภายใน  5 ปี  (สิ้นสุดปี 2542)  และประเทศกำลังพัฒนาต้องลดภาษีลงอย่างน้อยร้อยละ 10  ต่อรายการภายใน 10 ปี (สิ้นสุดปี 2547)  อาจกล่าวได้ว่ามาตรการภาษีนำเข้าเป็นมาตรการปกป้อง  ผู้ผลิตในประเทศเพียงอย่างเดียวของไทย  เพราะไทยยังไม่มีความพร้อมในการบริหารการจัดการการนำเข้า โดยใช้มาตรการอื่นๆ  ที่มิใช่ภาษีซึ่งหลายๆประเทศได้กำหนดมาตรการเหล่านี้ขึ้นมาแล้ว เช่น มาตรการสุขอนามัย Animal Welfare  และสิ่งแวดล้อม ฯลฯ ดังนั้น การปรับลดภาษีนำเข้าไข่ไก่หรือสินค้าปศุสัตว์อื่นๆ ที่ทดแทนกันได้  ก่อนที่จะมีมาตรการควบคุมการนำเข้าอื่นๆ ที่ชัดเจน  จะทำให้ไทยเสียเปรียบและมีผลกระทบโดยตรงต่อผู้ผลิตสินค้าปศุสัตว์ และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องของไทย  ตลอดจนผู้บริโภคในที่สุด  ในทางกลับกันการลดภาษีสินค้าประเภทวัตถุดิบที่ไม่ผลิตในประเทศหรือผลิตไม่เพียงพอจะเป็นประโยชน์ต่อไทยมากกว่า

                        จากการวิเคราะห์สถานะของไทยพบว่ามาตรการด้านการลดภาษีของประเทศคู่ค้ามิได้ช่วยให้ไทยมีโอกาสส่งออกสินค้าไข่ไก่ได้มากขึ้น  เนื่องจากปัจจุบันตลาดหลัก (95% ของการส่งออกรวม)  ที่ไทยส่งไข่ไก่สดไปจำหน่าย คือ ฮ่องกงไม่มีภาษีนำเข้าอยู่แล้ว  ตลาดรองคือตะวันออกกลาง ได้แก่  สหรัฐอาหรับเอมิเรสต์  ไม่มีภาษีนำเข้า  ตลาดอื่นๆ ที่มีศักยภาพเช่น สิงคโปร์ ไม่มีการนำเข้า แต่มีมาตรการด้านสุขอนามัยที่เข้มงวดมาก  ไทยก็ยังไม่สามารถส่งออกได้  ดังนั้น มาตรการด้านการลดภาษีไม่ได้ประโยชน์ต่อการขยายตลาดไข่ไก่เดิม  แต่อาจได้ประโยชน์ในการขยายตลาดใหม่มากขึ้น  หากสามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขด้านสุขอนามัยของแต่ละประเทศได้

                3) ผลจากข้อตกลงการลดการอุดหนุนภายใน  ประเทศกำลังพัฒนาต้องลดอุดหนุนภายในลงร้อยละ 13.3 ภายใน 10 ปี  ส่วนประเทศพัฒนาแล้วต้องลดการอุดหนุนภายในลงร้อยละ 20 ภายใน 6 ปี สำหรับประเทศไทยได้แจ้งงบประมาณการอุดหนุนภายในโดยรวมในปี 2538  ไว้ที่ 22,126.18 ล้านบาท และจะลดลงเหลือ 19,028.48 ล้านบาท   ในปี 2547 การอุดหนุนของรัฐบาลไทยเน้นสินค้าข้าวเป็นหลัก มาตรการลดการอุดหนุนภายในน่าจะเป็นผลดีกับอุตสาหกรรมไก่ไข่ของไทย   เพราะว่าธุรกิจไก่ไข่ไม่ได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐอยู่แล้ว  จุดยืนของรัฐในการเจรจา WTO รอบต่อไป  ไทยควรสนับสนุนให้ยกเลิกการอุดหนุนภายในสินค้าไข่ไก่เพื่อสร้างความได้เปรียบให้ไข่ไก่ไทย

                4) ข้อตกลงด้านการลดการอุดหนุนส่งออก  เงื่อนไขการลดการอุดหนุนส่งออกนั้นจะแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ หนึ่งลดปริมาณ และลดงบประมาณ  ซึ่งประเทศที่พัฒนาแล้วจะต้องลดปริมาณอุดหนุนลง21%  และลดงบประมาณการอุดหนุนลง 36% ภายใน 6 ปี (สิ้นสุดปี 2543)  ปัจจุบันประเทศที่ส่งออกไข่ไก่ที่เป็นคู่แข่งสำคัญของไทย คือ เนเธอร์แลนด์  มีการอุดหนุนส่งออกฟองละ 30 สตางค์  สำหรับไทยไม่ได้แจ้งผูกพันการอุดหนุนส่งออกไว้  รัฐจึงไม่สามารถให้การอุดหนุนการส่งออกได้  ในการเจรจา WTO รอบต่อไป  จึงควรสนับสนุนให้ยกเลิกการอุดหนุนส่งออกเพื่อเพิ่มโอกาสในการส่งออกให้ไข่ไก่ไทย

                5) การปฏิบัติที่เป็นพิเศษและแตกต่าง ประเทศกำลังพัฒนาจะได้รับการปฏิบัติที่เป็นพิเศษและแตกต่าง (Special and Differential Treatment : S&D)  หมายถึงประเทศที่พัฒนาแล้วให้การปฏิบัติที่แตกต่างแก่ประเทศกำลังพัฒนา โดยประเทศกำลังพัฒนาจะได้รับความยืดหยุ่นกว่าในเนื้อหาสาระ  กรอบเวลาที่ต้องปฏิบัติตามพันธกรณี  และความช่วยเหลือทางเทคนิควิชาการ  ซึ่งการปฏิบัติเป็นพิเศษนี้จะกำหนดไว้ในความตกลงต่างๆ เช่น ความตกลงว่าด้วยการเกษตร ความตกลงเรื่องสุขอนามัยพืชและสัตว์  ความตกลงว่าด้วยอุปสรรคทางเทคนิคต่อการค้า  ความตกลงว่าด้วยมาตรการต่อต้านการทุ่มตลาด เป็นต้น  ซึ่งสินค้าไข่ไก่แม้จะได้รับผลในทางบวกจากมาตรการนี้บ้าง แต่ปัญหาสุขอนามัยยังคงเป็นข้อจำกัดที่มีผลมากกว่าการได้รับความยืดหยุ่นในเรื่องอื่นๆ รัฐบาลจึงควรให้ความสำคัญที่จะให้ความสนับสนุนการปรับปรุงด้านสุขอนามัยเพื่อขยายการส่งออกไข่ไก่ไทยด้วย

3.4 มาตรการของประเทศคู่ค้า

                1) สิงคโปร์

                        - การนำเข้าไข่ไก่จะอนุญาตเฉพาะโรงงานที่ผ่านการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่ AVA (Agri-Food & Veterinary Authority of Singapore)

                        - มีใบรับรอง Veterinary Certificate ประกอบการนำเข้าทุกครั้ง

                        - ไม่มีภาษีและโควตานำเข้า

                        - การนำเข้าแต่ละครั้งจะต้องเป็นไข่ไก่จากฟาร์มเดียวเท่านั้น

                        - ต้อง STAMP รหัสฟาร์มบนเปลือกไข่ทุกฟอง

                        - ปัจจุบันยังไม่มีฟาร์มใดของไทยผ่านการรับรอง

                2) มาเลเซีย

                        - ไข่ไก่เป็นสินค้าห้ามนำเข้าประเภทที่ 4 คือ สามารถนำเข้าได้แต่ต้องมี Import Permit จากกรม Veterinary Services

                3) ฮ่องกง

                        - การนำเข้าไข่ (Fresh egg) ไม่มีระเบียบกำหนดว่าต้องมี Health Certificate และ Import Licence

                        - ไม่เก็บภาษีนำเข้า

                4) พม่า

                        - การนำเข้าไข่เพื่อใช้ทำพ่อ-แม่พันธุ์ต้องมีใบรับรอง Health Certificate จากแหล่งนำเข้าและต้องนำตัวอย่างที่นำเข้าให้กระทรวงสาธารณสุขตรวจสอบ

                5) เกาหลีใต้

                        - ไข่ไก่สด    : ผู้นำเข้าต้องรายงานปริมาณนำเข้าต่อสมาคมสัตว์ปีก (Korea  Poultry Association)

                                            : ต้องผ่านมาตรฐานด้านสุขอนามัยอย่างเข้มงวด และนำเข้าไข่ได้ 6 พันธุ์  ได้แก่ Hyline Brown,  Hyline White,  Isa Brown,  Lohmen Brown, Lohman White, และ Tetra Brown

                                            : อัตราภาษีนำเข้าค่อนข้างสูงคือร้อยละ 29.1

                                            : ผู้นำเข้าเข้มงวดเรื่องสี  และคุณภาพของไข่  และต้องใช้ถาดนำเข้าเท่านั้น

                6) เนเธอร์แลนด์

                        - ไข่ไก่สด    : ประเทศผู้ส่งออกต้องอยู่ในบัญชีรายชื่อได้รับการรับรองจากสหภาพยุโรป

                                            : มีใบรับรอง Health Certificate แนบไปกับสินค้าทุกครั้ง

                                            : อัตราภาษีนำเข้า 152 ยูโร/ตัน

                7) ญี่ปุ่น

                        - ไข่และผลิตภัณฑ์   มี Health Certificate และผ่านการตรวจสอบจากด่านกักกัน (Quarantine Inspection)

                8) สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ดูไบ)

                        - ไข่ไก่สดที่เก็บในอุณหภูมิ 4-10 C0

                                            :  กำหนดวันหมดอายุภายใน 3 เดือน

                                            : ระบุวันที่ผลิตและวันหมดอายุ  ผู้ผลิต  ประเทศผู้ผลิตบนเปลือกไข่ด้วยระบบ  ink jet ทุกฟอง

                                            : กล่องกระดาษที่ใช้บรรจุเพื่อขนส่งต้องมีความหนาอย่างน้อย 5 ชั้น

                                            : เอกสารประกอบการนำเข้า

                                                   - Invoice Certificate of Origin ประทับตรารับรองจากหอการค้าไทย   และ Legalize จากสถานทูต U.A.E. ในประเทศไทย

                                                   - Sanitary Certificate ออกให้โดยส่วนราชการไทย

                                            : ไม่มีภาษีนำเข้า

                9) สหรัฐอเมริกา

                        - ไข่ไก่และผลิตภัณฑ์

                                            : ใน Health Certificate ต้องระบุ

                                                   - มีมาตรฐานการผลิตเทียบเท่าสหรัฐฯ และต้องได้รับการรับรองจากหน่วยงาน Agricultural  Marketing  Service : AMS

                                                   - ต้องอยู่ภายใต้ระเบียบการควบคุมโรคสัตว์ของหน่วยงาน Animal and Plant Health Inspection Service : APHIS

                                            : สำหรับประเทศไทย  สหรัฐฯไม่อนุญาตให้นำเข้า เนื่องจากมีปัญหาโรคระบาดไก่ แต่อาจนำเข้าได้หากไข่ไก่ได้ผ่านขั้นตอนการผลิตด้วยความร้อนอย่างน้อย 72 C0 เพื่อทำลายเชื้อโรค และต้องผ่านการควบคุมด้านสุขอนามัยก่อน

 

4. แนวทางพัฒนาไข่ไก่ไทยและแนวโน้มการส่งออก

                เพื่อให้การพัฒนาการผลิตให้ผลผลิตมีคุณภาพตามความต้องการของผู้บริโภคและการพัฒนาตลาดไข่ไก่ให้มีประสิทธิภาพ เพื่อการส่งออกในอนาคต

4.1 ด้านการผลิต

                4.1.1 วิจัยและพัฒนาพันธุ์ไก่ไข่เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนการผลิต

                        1) ให้มีการวิจัยพันธุ์  ปรับปรุงพันธุ์และคัดเลือกพันธุ์ไก่ไข่  เพื่อผลิตไก่พันธุ์ไข่ขึ้นในประเทศทดแทนการนำเข้า  โดยทำการวิจัยเพื่อสร้างพันธุ์ไก่ไข่ขึ้นในประเทศ  โดยการคัดเลือกพ่อ-แม่พันธุ์นำเข้าจากต่างประเทศ  ที่มีอัตราการให้ไข่สูงผสมกับพันธุ์พื้นเมือง ในประเทศที่มีความได้เปรียบทางด้านสภาพภูมิอากาศ  มีอัตรารอดตายสูง  เพื่อสร้างไกไข่พันธุ์ใหม่

                        2) เพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต  โดยการทดสอบและรับรองพันธุ์ไก่ไข่ที่ให้ผลผลิตสูง

                        3) วิจัยด้านอาหารไก่ไข่เพื่อลดต้นทุนในการผลิต

                                - ตรวจสอบและควบคุมคุณภาพอาหารสัตว์ทั้งวัตถุดิบและอาหารผสมสำเร็จรูปเพื่อให้ได้อาหารที่มีคุณภาพตามที่กฎหมายกำหนด และให้ลงโทษผู้กระทำผิดในการปลอมปน

                                - หาสูตรอาหารสัตว์ที่มีคุณภาพได้มาตรฐานและราคาถูก  โดยการนำเอาวัตถุดิบราคาถูกทดแทนชนิดราคาแพง

                4.1.2  ในการป้องกันและกำจัดโรคระบาด

                        1) ทำการควบคุมโรคอย่างเข้มงวดในการนำเข้าสัตว์ปีก และไข่มีเชื้อจากต่างประเทศ

                        2) ประชาสัมพันธ์  ถ่ายทอดความรู้หรือฝึกอบรมให้ผู้เลี้ยงมีความรู้ความเข้าใจในการป้องกันและรักษาโรค

                        3) ขยายการผลิตวัคซีนในส่วนของกรมปศุสัตว์ และสนับสนุนให้เอกชนตั้งโรงงานผลิตวัคซีนจำหน่ายให้เกษตรกร  โดยให้การส่งเสริมการลงทุน

                4.1.3 ผลิตพันธุ์สัตว์เพื่อกระจายพันธุ์ดีสู่เกษตรกร

                        1) สนับสนุนให้เอกชน และเกษตรกรใช้พันธุ์ไก่ที่ผลิตได้ภายในประเทศ

                                - กำหนดมาตรการจูงใจด้านภาษีให้แก่ภาคเอกชน หรือจำหน่ายลูกไก่พันธุ์ดีราคาถูกให้แก่เกษตรกร

                                - จัดประกวดพันธุ์ไก่ไข่ เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้เกษตรกรคัดเลือกพันธุ์และผลิตไก่ไข่พันธุ์ดีออกจำหน่ายให้แก่เกษตรกร

                        2) สนับสนุนการขยายผลการวิจัยไปสู่ภาคปฏิบัติ

                                - ให้มีการจัดตั้งศูนย์ขยายพันธุ์สัตว์ปีกเพิ่มขึ้น โดยเน้นเรื่องไก่ไข่

                4.1.4  ลดต้นทุนการผลิต

                        1) สนับสนุนให้การส่งเสริมการลงทุนแก่เอกชน และเกษตรกรที่ต้องการผลิตลูกไก่ออกจำหน่าย และเลี้ยงไก่ไข่  กู้เงินลงทุนในอัตราดอกเบี้ยต่ำ  โดยผ่านคณะกรรมการนโยบาย และมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร  กำกับดูแลโดยกระทรวงพาณิชย์

                        2) การกำหนดนโยบายการนำเข้าวัตถุดิบอาหารสัตว์   ซึ่งคณะกรรมการนโยบายอาหารเป็นผู้พิจารณา  กำหนดปริมาณโควตา  อัตราภาษี  และค่าธรรมเนียมพิเศษในการนำเข้าเพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์

4.2 ด้านการตลาด

                4.2.1 รักษาเสถียรภาพราคาไข่ไก่

                        1) สนับสนุนการส่งออกไข่ไก่และผลิตภัณฑ์ไข่ไก่สู่ตลาดต่างประเทศ  เพื่อให้แข่งขันด้านราคาในตลาดต่างประเทศได้  ขณะเดียวกันก็ดึงราคาภายในให้สูงขึ้นด้วย  ดังนี้

                                - ชดเชยภาษีนำเข้าวัตถุดิบอาหารสัตว์และปัจจัยการผลิตอื่นๆ ให้กับผู้ส่งออก

                                - สนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำหรือปลอดดอกเบี้ยแก่ผู้ส่งออก  โดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดทำโครงการเพื่อขอสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนรวมเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร

                        2) จัดสรรเงินจากกองทุนรวมเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร (คชก.)  โดยคิดดอกเบี้ยต่ำหรือปลอดดอกเบี้ยให้กับสมาคมส่งเสริมการเลี้ยงไก่แห่งประเทศไทย  ใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการรับซื้อไข่ไก่เก็บสต็อก เพื่อลดผลผลิตส่วนเกินและค่อยๆ ระบายออกสู่ตลาดต่อไป

                        3) สนับสนุนงบประมาณในการสร้างห้องเย็น  เพื่อเก็บรักษาไข่ไก่  โดยให้สมาคมส่งเสริมเลี้ยงไก่ฯ เป็นผู้จัดหา ซึ่งต้องอยู่ในแหล่งที่เลี้ยงไก่ไข่

                        4) ทำการวิจัยด้านการแปรรูปไข่ไก่ในรูปของอุตสาหกรรมต่อเนื่อง

                        5) สนับสนุนให้เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่  รวมตัวกันจัดตั้งเป็น สหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่ในแหล่งเลี้ยงแต่ละพื้นที่  เพื่อประโยชน์ในการร่วมมือกันในการกำหนดราคาขาย  การสร้างอำนาจการต่อรอง และการขอความช่วยเหลือจากภาครัฐบาล

                4.2.2  ให้ความสำคัญต่อตลาดภายในประเทศโดยสร้างความต้องการให้มากขึ้น

                        1) รณรงค์ให้ประชาชนมีการบริโภคไข่ไก่เพิ่มขึ้น โดยประชาสัมพันธ์ให้รู้คุณค่าทางโภชนาการของไข่ไก่  และแสดงการเปรียบเทียบราคาไข่ไก่กับเนื้อสัตว์ที่มี     คุณค่าอาหารใกล้เคียงกัน ซึ่งราคาไข่ไก่จะถูกกว่า

                        2) จัดระบบการขายไข่ไก่เป็นเบอร์หรือขนาดมาเป็นการขายโดยชั่งน้ำหนัก  เพื่อให้การจำหน่ายมีการคละขนาดกันไป  เกิดความยุติธรรมแก่ผู้ซื้อและผู้ขายเป็นการจูงใจให้ผู้บริโภคเปลี่ยนมาบริโภคไข่ไก่เพิ่มขึ้น  รวมทั้งทำให้ผู้เลี้ยงลดต้นทุนการคัดขนาดไข่ไก่ลง

                4.2.3 พัฒนาระบบข้อมูลข่าวสารการผลิต การตลาดไข่ไก่ และผลิตภัณฑ์ไข่ไก่  โดยการสร้างระบบสารสนเทศและถ่ายทอดข่าวสาร ดังนี้

                        1) จัดตั้งศูนย์ข้อมูลผลิตภัณฑ์ไก่  เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล  ข่าวสารระหว่างภาครัฐและธุรกิจเอกชน  โดยเชื่อมโยงเครือข่ายโดยระบบคอมพิวเตอร์

                        2) รวบรวม  วิเคราะห์ และเผยแพร่ข้อมูลสู่ภาคราชการ  ธุรกิจเอกชน  และเกษตรกรโดยผ่านสื่อประเภทต่างๆ เช่น สิ่งพิมพ์  หนังสือพิมพ์  วิทยุ  โทรทัศน์  ฯลฯ  โดยดำเนินการอย่างสม่ำเสมอ

5. แนวโน้มการผลิตและการค้าไข่ไก่ไทยในปี 2546

                5.1 แนวโน้มในการบริโภค  ปริมาณการบริโภคภายในคาดว่าจะลดลงจาก ปี 2545  ร้อยละ 1.2  เนื่องจากปริมาณไข่ไก่ยังคงเกินความต้องการบริโภคอยู่  ทั้งนี้ในช่วงปลายปี 2545  ได้ทำการรณรงค์บริโภคไข่ไก่อย่างต่อเนื่อง  ได้แก่  บทความประชาสัมพันธ์ทางวิทยุ  และโครงการร้านข้าวไข่เจียว  ซึ่งคาดว่าอัตราการบริโภคไข่ไก่น่าจะปรับตัวดีขึ้นตามลำดับ

                5.2 แนวโน้มในการผลิต  คาดว่าผลผลิตไข่ไก่รวมนี้ประมาณ 9,240 ล้านฟอง  ปริมาณผลผลิตคาดว่าจะลดลงจากปี 2545 ร้อยละ 1.2  เนื่องจากปริมาณพ่อ-แม่พันธุ์ไก่ไข่มี    แนวโน้มนำเข้าลดลง  ส่งผลให้ลูกไก่ไข่ในปี 2546  อยู่ที่ประมาณ 646,060 ตัว/สัปดาห์  ลดลงจากปี 2545 ซึ่งมี 670,530 ตัว/สัปดาห์

                5.3 แนวโน้มการส่งออก  คาดว่าการส่งออกไข่ไก่ประมาณ 40 ล้านฟอง  ในตลาดเดิม คือ ฮ่องกง  และยังเป็นตลาดที่มีการแข่งขันของราคาค่อนข้างสูง  ผู้ซื้อมีอำนาจในการต่อรอง  มีโอกาสที่จะเลือกสินค้าจากแหล่งที่ดีที่สุด  และต้องประสบกับประเทศคู่แข่งที่สำคัญ ได้แก่ ยุโรป  และจีน

                ในขณะนี้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงพาณิชย์กำลังดำเนินงาน  วางแผนเจรจาทำข้อตกลงในการเปิดตลาดไข่ไก่ในสิงคโปร์  เนื่องจากสิงคโปร์เป็นตลาดไข่ไก่ขนาดใหญ่  ซึ่งมีความต้องการไข่ไก่กว่า 2 ล้านฟองต่อวัน  โดยการตั้งเป้าหมายส่วนแบ่งการตลาดไว้ค่อนข้างสูง 40-50 เปอร์เซ็นต์  เพราะว่าเป็นตลาดเดียวที่ส่งออกไปแล้วทำกำไรได้ ทำให้อนาคตการส่งออกไข่ไก่ไทยค่อนข้างจะสดใสพอสมควร

 

6. ปัญหาและแนวทางแก้ไข

                ในระยะที่ผ่านมาการเลี้ยงไก่ไข่ประสบกับปัญหาราคาไข่ไก่ตกต่ำ  และปริมาณผลผลิตไม่มีเสถียรภาพเป็นปัญหาของอุตสาหกรรมไก่ไข่  ทั้งนี้เนื่องจากปริมาณผลผลิตไข่ไก่ของไทยในรอบปีมีไม่สม่ำเสมอ  ซึ่งปริมาณผลผลิตนอกจากจะขึ้นอยู่กับราคาเป็นสิ่งจูงใจให้เกษตรกรเข้ามาทำธุรกิจ  ขยายธุรกิจ  หรือหยุดการประกอบธุรกิจไข่ไก่แล้ว  ก็ยังขึ้นอยู่กับสภาพดินฟ้าอากาศ  และเทศกาลต่างๆ ด้วย  โดยที่ผ่านมาเกษตรกรผู้ผลิตไข่ไก่ของไทย จะแก้ไขปัญหาไข่ไก่ล้นตลาดด้วยการเก็บไข่ไก่เข้าห้องเย็นและส่งออกในรูปไข่ไก่สด  ซึ่งการส่งออกทุกครั้งต้องประสบการขาดทุนโดยเฉลี่ยฟองละ 50 สตางค์  เนื่องจากไข่ไก่ของไทยมีต้นทุนสูง และเสียเปรียบด้านการสนับสนุนการส่งออกจากคู่แข่งขันที่สำคัญ คือ เนเธอร์แลนด์  และสหรัฐอเมริกา  ซึ่งในขณะที่ไทยไม่สามารถสนับสนุนได้มากนัก

                อย่างไรก็ตาม ปัญหาต่างๆ ในระยะที่ผ่านมา ภาครัฐก็ได้พยายามแก้ไขปรับปรุงและส่งเสริมใช้มาตรการต่างๆ ในการพัฒนา  การผลิต  การตลาด และการส่งออกไข่ไก่ของไทย  เพื่อให้การเลี้ยงไก่ไข่เป็นแหล่งผลิตอาหารโปรตีนที่มีราคาต่ำสำหรับมนุษย์ พอสรุปได้ดังนี้

 

ปัญหา แนวทางแก้ไข

1.การผลิต

1.1ต้นทุนการผลิตสูงกว่าร้อยละ70เป็นค่าอาหาร โดยวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตอาหารสัตว์ที่สำคัญ ได้แก่ กากถั่วเหลืองข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และปลาป่นมีราคาปรับตัวสูงขึ้น และขาดแคลนบางช่วงเวลาต้องนำเข้าจากต่างประเทศซึ่งมีราคาแพง

1.2ปัจจุบันการเลี้ยงไก่ในเชิงการค้าต้องนำเข้าพ่อ-แม่พันธุ์จากต่างประเทศมาขยายพันธุ์และต้องปรับสภาพแวดล้อมโรงเรือนให้เหมาะสมกับพันธุ์ไก่ไข่ อีกทั้งไม่สามารถควบคุมปริมาณการนำเข้าให้สอดคล้องกับความต้องการใช้ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น

1.3 การติดโรคระบาดสัตว์ เช่น โรคนิวคาสเซิลโรคอหิวาต์ตกโรค และโรคหวัดเรื้อรังหากมีการระบาดของโรคเกิดขึ้นทำให้ต้องเสียค่าใช้จ่ายสูงในการป้องกันและรักษาโรค

1.เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและลดต้นทุน

1.1วิจัยและพัฒนาพันธุ์ไก่ไข่ที่มีความเหมาะสมกับสภาพแวดล้อมของไทย และส่งเสริมให้ใช้พันธุ์ไก่ไข่ในประเทศเพื่อทดแทนการนำเข้าพ่อ-แม่พันธุ์ที่มีราคาแพงจากต่างประเทศ

1.2ค้นคว้าและพัฒนาพันธุ์วัตถุดิบที่มีคุณภาพ และสามารถใช้ทดแทนกันได้ เช่น มันสำปะหลัง เพื่อลดปริมาณการนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศที่มีราคาแพง

1.3 เพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันโรคระบาดสัตว์ โดยการผลิตยาและให้วัคซีนให้เพียงพอกับความต้องการจำหน่ายให้เกษตรกรในราคาถูกพร้อมทั้งให้ความรู้เกี่ยวกับการสร้างโรงเรือนและระบบฟารม์ให้มีความทันสมัยมีระบบควบคุมอุณหภูมิและจัดสภาพแวดล้อมที่ดี

1.4พัฒนาปรับปรุงคุณภาพสินค้าให้ตรงกับความต้องการของผู้ซื้อตลอดจนบรรจุภัณฑ์ให้

2.ด้านการตลาด

2.1ราคาขาดเสถียรภาพปรับตัวสูงขึ้นหรือลดลงอย่างรวดเร็วเป็นอุปสรรคต่อการวางแผนการผลิตและหาตลาดรองรับ โดยมีสาเหตุจาก

-ปริมาณไข่ไก่ที่ออกสู่ตลาดขาดความสม่ำเสมอขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ และการเข้าออกของธุรกิจการเลี้ยงสัตว์ซึ่งมีมากน้อยตามภาวะราคาไข่ไก่

-ตลาดรองรับมีจำกัดผลผลิตส่วนใหญ่อยู่เฉพาะการบริโภคภายในประเทศขาดความยืดหยุ่นต่อปริมาณไข่ไก่ที่มีมากขึ้น ทำให้มีไข่ไก่เกินความต้องการในช่วงฤดูการผลิต

2.2คุณภาพไข่ไก่ของไทยไม่เป็นไปตามความต้องการของตลาด การบรรจุหีบห่อ การเก็บรักษายังไม่ได้มาตรฐาน และขาดประสิทธิภาพการจัดมาตรฐานไข่ไก่โดยการคัดขนาดทำให้ไข่ไก่ขนาดเล็กมีปัญหาในการจำหน่าย และไข่ไก่ขนาดใหญ่มีราคาแพงในความรู้สึกของผู้บริโภค

2.3ประเทศผู้นำเข้าเข้มงวดด้าน สุขอนามัย และใช้เป็นข้อกีดกันทางการค้าโดยอ้างเหตุผลเพื่อคุ้มครองผู้บริโภคเป็นอุปสรรคต่อการขยายตลาดผู้ส่งออกไทย

2.4ตลาดส่งออกต้องพึ่งพาตลาดฮ่องกงเป็นตลาดหลักและประสบกับปัญหาการแข่งขันสูง โดยเฉพาะไข่ไก่จากเนเธอร์แลนด์ซึ่งมีการชดเชยการส่งออก และจีนได้เปรียบด้านต้นทุนการขนส่งส่งผลกระทบให้การส่งออกไข่ไก่ของไทยไม่สามารถส่งออกได้มากเท่าที่ควร

2.5เกษตรกรขาดอำนาจต่อรองในการจำหน่ายขาดการจัดกลุ่มเป็นระบบสหกรณ์และสมาคมทำให้ราคาไข่ไก่ต่ำกว่าที่ควรจะ เป็น

2.1สนับสนุนให้ผู้เลี้ยงไก่ไข่รวมตัวกันเป็นสหกรณ์หรือสมาคมเพื่อเพิ่มอำนาจต่อรองทางการค้า และกำหนดราคาขาย

2.2พัฒนาระบบจำหน่ายจากการคัดขนาดเป็นชั่งน้ำหนักเพื่อจูงใจให้มีการบริโภคเพิ่มขึ้น และเกิดความยุติธรรมทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย

2.3แทรกแซงตลาดไข่ไก่โดยภาครัฐบาล กรณีมีผลผลิตส่วนเกินและราคาตกต่ำมีการเก็บผลผลิตส่วนเกินเข้าสต็อกห้องเย็นและนำออกจำหน่ายในช่วงที่ขาดแคลน

2.4ประสานกับสำนักงานพาณิชย์ในต่างประเทศหาตลาดส่งออกใหม่ๆ ศึกษาหาลู่ทางและสนับสนุนข้อมูลด้านสถานการณ์การผลิต และการค้า ตลอดจนกฎระเบียบของประเทศคู่ค้า

2.5ส่งเสริมสนับสนุนโครงการไข่โรงเรียนเพื่อเพิ่มอัตราการบริโภคไข่ไก่ในกลุ่มเด็กและเยาวชนให้ได้รับอาหารโปรตีนคุณภาพสูง แต่ราคาต่ำ

 

7. บทสรุป

                จากภาพรวมสินค้าไข่ไก่ที่มีบทบาทและความสำคัญต่อเศรษฐกิจของไทยค่อนข้างมาก ไม่ว่าในด้านการผลิต  การบริโภค  ทั้งภายในประเทศและต่อประชากรโลก ในฐานะที่เป็นอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงและมีราคาต่ำ  ทำให้ไข่ไก่เป็นอาหารผูกพันอย่างใกล้ชิดกับวิถีการดำเนินชีวิตของมนุษย์ในทุกชาติภาษา  ทุกเพศ  ทุกวัยของโลก  ทำให้ต้องมีการบริหารจัดการการผลิต ทำให้เกิดคำถามขึ้นมาว่า ใครควรผลิตมากน้อยเพียงใด แหล่งผลิตที่เหมาะสมควรเป็นที่ใด แนวทางการกระจายผลผลิตไปสู่การบริโภค  ความสามารถในการจัดจำหน่าย  ปัญหาและอุปสรรคที่จะต้องแก้ไขอย่างไร

                ในกรณีของประเทศไทย ปัญหาของไข่ไก่เกิดขึ้นทั้งในด้านการผลิตที่ไร้เสถียรภาพของปริมาณการผลิต และนำมาปัญหาด้านราคาตกต่ำและมีผลกระทบต่อรายได้ของผู้ผลิต  ทำให้มีโอกาสเกิดการขาดทุน  และความเดือดร้อนในกลุ่มผู้ผลิต  ในด้านการบริโภคคนไทยยังมีการบริโภคไข่ไก่ในอัตราต่ำเมื่อเปรียบเทียบกับชาติอื่น แม้ว่าไข่ไก่จะมีราคาถูก เมื่อเปรียบเทียบกับอาหารที่ให้คุณค่าทัดเทียมกับชนิดอื่นๆ ด้วย  สาเหตุดังกล่าวเกิดจากปัจจัยหลายด้าน  รวมทั้งความเข้าใจผิดว่า การบริโภคไข่ไก่เป็นอาหารอาจเป็นสาเหตุให้เกิดโรคบางประเภท   ทำให้ประชาชนพลาดโอกาสในการบริโภคอาหารที่มีคุณค่าและราคาต่ำ

-----------------------------------------------------------------

เอกสารแนบ