เปลี่ยนการแสดงผล

แสดงรายละเอียด ข่าวกรมการค้าต่างประเทศ

การถ่ายโอนเทคโนโลยีอุบัติใหม่ (Emerging Technologies) และการควบคุมสินค้าที่ใช้ได้สองทาง (Dual-use items: DUI) ในบริบทสากล | 318 

เทคโนโลยีอุบัติใหม่ (Emerging Technologies: ET)

ปัจจุบันผู้ประกอบการในทุกธุรกิจอุตสาหกรรมมีการแข่งขันกันอย่างรุนแรง โดยเฉพาะการค้าระหว่างประเทศทั้งทางด้านอุตสาหกรรมการแพทย์ การศึกษา เศรษฐกิจ ส่งผลให้เกิดนวัตกรรมและเทคโนโลยีชั้นสูงใหม่ๆ ที่ให้โลกพัฒนาอย่างก้าวกระโดด สร้างประโยชน์ ความปลอดภัยและความสะดวกสบายให้กับผู้ใช้งาน เรียกว่าเทคโนโลยีอุบัติใหม่ (Emerging Technologies: ET) ซึ่งหลายอุตสาหกรรมได้นำ ET มาปรับใช้เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์และการบริการให้มีขีดความสามารถในการแข่งขันและศักยภาพทางการค้าอย่างต่อเนื่อง

 

แผนภาพที่ 1: ตัวอย่างเทคโนโลยีอุบัติใหม่ (Emerging Technologies)

 

ET กับการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง (Weapons of Mass Destruction: WMD)

อย่างไรก็ดี ในเวทีสหประชาชาติ (United Nations: UN) มองว่าการเสริมสร้าง Emerging Technologies ควรต้องอยู่ในขอบข่ายของการสร้างสรรค์โดยคำนึงถึงผู้ใช้สุดท้ายและผู้ใช้ปลายทางด้วยว่า เทคโนโลยีดังกล่าวจะไม่ตกอยู่ในมือของผู้ก่อการร้ายและนำไปใช้ในทางที่ผิด เนื่องด้วยเทคโนโลยีดังกล่าวสามารถนำไปใช้ได้ทั้งด้านการพาณิชย์และอาจนำไปใช้ในกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง (Weapons of Mass Destruction: WMD) ตัวอย่าง Emerging Technologies ที่มักถูกนำมาหยิบยกโดยคณะกรรมาธิการสหภาพยุโรป (European Commission) ตามที่ได้กำหนดไว้ในข้อมูลสรุป EU (European Commission, 2020a) เช่น เทคโนโลยีเฝ้าระวังชั้นสูง (Advanced Surveillance Technology) สามารถนำไปพัฒนาการสแกนหน้าในอุปกรณ์สื่อสารหรือเพิ่มประสิทธิภาพหน้ากากของผู้ก่อการร้ายได้ เทคโนโลยีการผลิตแบบเพิ่มเนื้อวัสดุ (Additive manufacturing (AM)) หรือ การพิมพ์สามมิติ (3D printing) ใช้ในการผลิตสินค้าต้นแบบหรือชิ้นงานจริงในกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ เครื่องจักร อิเล็กทรอนิกส์ เทคโนโลยีการแพทย์ ซึ่งผู้ก่อการร้ายอาจนำไปขึ้นรูปเป็นชิ้นส่วนของอาวุธปืนหรือขีปนาวุธได้ (Brockmann & Kelley, 2018) เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) เช่น การจดจำใบหน้า (Facial Recognition) การวิเคราะห์ข้อมูลจากการใช้งานมือถือ (Predictive Analytics) การสั่งงานด้วยเสียง (Voice Recognition) แต่กลุ่มผู้ก่อการร้ายอาจนำเทคโนโลยีดังกล่าวไปใช้เพื่อการขนส่ง ค้นหา ทำลายหรือโจมตีเป้าหมายได้ (European Commission, 2020b)

 

ET กับสินค้าที่ใช้ได้สองทาง (Dual-use items: DUI)

ในระดับสากล ถือว่า ET เป็นเทคโนโลยีที่มีความซับซ้อนและบางรายการจำเป็นต้องได้รับการควบคุม เนื่องจากบาง ET เป็นเทคโนโลยีที่มีคุณลักษณะจำเพาะ (Specifications) ที่สูงเทียบเท่าเป็นสินค้าที่ใช้ได้สองทาง (Dual-use items: DUI) และสามารถนำไปใช้เกี่ยวข้องกับการแพร่ขยาย WMD ได้ ปัจจุบันบาง ET จึงถูกบรรจุไว้ใน บัญชีรายการสินค้าทีใช้ได้สองทาง (Dual-use items: DUI) เช่น AI อยู่ในหมวด 2 (เซนเซอร์สำหรับจับก๊าซพิษ) หมวด 3 (ฮาร์ดแวร์สำหรับประมวลผลในลักษณะที่อ้างอิงจากสมองมนุษย์) และหมวด 6 (เซนเซอร์จดจำใบหน้า เสียง ภาพ และแรงดัน)  AM อยู่ในหมวด 9 (เครื่องพิมพ์สามมิติสำหรับเครื่องกัดที่มีความแม่นยำสูง) เทคโนโลยีไฮเปอร์โซนิคมิสไซส์ (Hypersonic Propulsion Technologies) อยู่ในหมวด ๙ (เทคโนโลยีที่ใช้ในอากาศยานสมัยใหม่) เป็นต้น ซึ่งกลุ่มความร่วมมือระหว่างประเทศภาคีที่ทำหน้าที่กำกับดูแลการป้องกันการแพร่ขยาย WMD (Multilateral Export Control Regimes : MECRs)   อยู่ระหว่างการกำหนดคำนิยามของ ET สำหรับเทคโนโลยีแต่ละประเภทให้ชัดเจน โดยมีการจัดตั้งคณะทำงานพิเศษเพื่อศึกษาแนวโน้มพัฒนาการของ ET สำหรับเป็นแนวทางในการปรับปรุงบัญชีสินค้า DUI ให้ครอบคลุม ET และเพิ่มปริมาณความถี่ในการปรับปรุงบัญชีฯ ให้บ่อยมากขึ้น เพื่อให้ทันกับพัฒนาการของเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว  


แผนภาพที่ 2: ตัวอย่าง ET ที่เป็นเทคโนโลยีประเภท AI ได้แก่ เทคโนโลยีเฝ้าระวังชั้นสูง (Advanced Surveillance Technology) สามารถนำไปพัฒนาการสแกนหน้าในอุปกรณ์สื่อสารหรือเพิ่มประสิทธิภาพหน้ากากของผู้ก่อการร้ายได้ (Kolliarakis, 2022)

 

สินค้าที่ใช้ได้สองทาง (Dual-use items: DUI)

สินค้าที่ใช้ได้สองทาง (Dual-use items: DUI) เป็นสินค้าที่สามารถประยุกต์ใช้ได้ทั้งทางด้านพลเรือนและทางทหาร (Cowan and Forey, 1995) DUI เป็นสินค้าทั้งในรูปแบบจับต้องได้และจับต้องไม่ได้ (Tangible and Intangible Items) มีความอ่อนไหว (Sensitive Items) และจำเป็นต้องมีมาตรการและกฎระเบียบควบคุม (Watkins, 1990; Molae Gallart 1997; Oltmann 2015) ตัวอย่าง DUI ที่พบเห็นได้ทั่วไป เช่น เส้นใยคาร์บอน (Carbon Fiber) ที่สามารถนำไปผลิตเป็นอุปกรณ์กีฬาหรือเป็นส่วนประกอบของเครื่องผลิตก๊าซหนีศูนย์ ตลับลูกปืน (Ball Bearings) ที่มักเป็นส่วนประกอบของเครื่องจักรภายในโรงงานอุตสาหกรรมหนัก ซึ่งหากอยู่ในมือของผู้ก่อการร้ายก็อาจใช้เป็นส่วนประกอบของอาวุธนิวเคลียร์ ไจโรสโคป (Gyroscope) อุปกรณ์เพื่อรักษาทิศทางของแกนหมุนที่ประยุกต์ใช้ในโหมดนักบินอัตโนมัติของเครื่องบินและยานอวกาศ อาจใช้เพื่อนำทางขีปนาวุธในการสงคราม หรือเทคโนโลยีนิวเคลียร์เพื่อการวิจัยที่ยั่งยืนของภาครัฐบาลภายในประเทศ หรืออาจนำไปใช้ในโครงการการพัฒนานิวเคลียร์ที่ผิดกฎหมายได้เช่นกัน


แผนภาพที่ 3: ตัวอย่างสินค้าที่ใช้ได้สองทาง (Dual-use items: DUI) ได้แก่ ไจโรสโคป (Gyroscope)

 

การดำเนินการของกรมการค้าต่างประเทศในการควบคุม ET และ DUI

ในส่วนของกรมการค้าต่างประเทศได้ดำเนินการตรา พ.ร.บ. การควบคุมสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการแพร่ขยายอาวุธ ที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง พ.ศ. 2562 โดยมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2563 และอยู่ในระหว่างการพิจารณากำหนดมาตรการเพิ่มเติมกรณีส่งออกสินค้าและเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับ ET รวมถึง DUI ทั้งนี้ ผู้ประกอบการที่อยู่ในอุตสาหกรรม ET ควรให้ความสำคัญกับการตรวจสอบใช้งานของผู้ใช้ปลายทางและผู้ใช้สุดท้ายว่าจะไม่เกี่ยวข้องกับการก่อการร้าย เนื่องจากเทคโนโลยีดังกล่าวอาจมีคุณสมบัติและสามารถเป็นส่วนประกอบการผลิต WMD ได้ นอกจากนั้น จากการพัฒนาเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีการผลิตที่รวดเร็ว ส่งผลให้ DUI มีการปรับเปลี่ยนอยู่อย่างต่อเนื่อง กรมการค้าต่างประเทศจึงมีแผนที่จะปรับปรุงบัญชีสินค้าภายใต้ประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง มาตรการเพื่อประโยชน์ในการควบคุมสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูงและมาตรการเกี่ยวกับสินค้าที่มีเหตุอันควรสงสัยว่ามีการใช้สุดท้ายหรือผู้ใช้สุดท้ายที่เกี่ยวข้องกับการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง พ.ศ. 2564 (End-Use End User Control: EUEUC) ให้เป็นปัจจุบันมากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ ภาคสถาบันการศึกษา และภาคสถาบันการเงิน จัดทำระบบงานควบคุมสินค้าภายในองค์กร (Internal Compliance Programme: ICP) ตามประกาศกรมการค้าต่างประเทศ เรื่อง หลักเกณฑ์การรับรองระบบงานควบคุมสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง พ.ศ. 2564 เพื่อเป็นกลไกเสริมในการควบคุมสินค้า DUI ควบคู่กับมาตรการ EUEUC ซึ่งองค์กรที่จัดทำระบบงาน ICP ที่มุ่งเน้นการตรวจสอบการใช้และผู้ใช้สุดท้ายไม่ให้เกี่ยวข้องกับการแพร่ขยายWMD อย่างมีประสิทธิภาพจะช่วยลดและป้องกัน การนำ Emerging Technologies ไปใช้ในธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับการแพร่ขยาย WMD อีกทั้งเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับประเทศคู่ค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน


เอกสารแนบ