เปลี่ยนการแสดงผล

แสดงรายละเอียด ข่าวกรมการค้าต่างประเทศ

“ส่องโอกาสในการส่งออกสินค้าเกษตรแปรรูปและนวัตกรรมประเภทอาหารของไทยในตลาดตะวันออกกลาง” | 212 

1. รู้จักตลาดตะวันออกกลาง

1.1 ภูมิภาคตะวันออกกลาง ประกอบด้วยกลุ่มประเทศ ดังนี้

              1.1.1 กลุ่มประเทศความร่วมมืออ่าวอาหรับ Gulf Cooperation Council หรือกลุ่มประเทศ GCC ประกอบด้วยสมาชิก 6 ประเทศ ได้แก่ ซาอุดีอาระเบีย คูเวต โอมาน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กาตาร์ และบาห์เรน

              1.1.2 กลุ่มประเทศอาหรับอื่นๆ จำนวน 5 ประเทศ ได้แก่ เลบานอน จอร์แดน ซีเรีย อิรัก และเยเมน

              1.1.3 กลุ่มประเทศที่ไม่ใช่อาหรับ จำนวน 4 ประเทศ ได้แก่ อิหร่าน ตุรกี ไซปรัส และอิสราเอล

1.2 ตลาดตะวันออกกลาง เป็นตลาดที่มีกำลังซื้อสูง เนื่องจากการผลิตสินค้ายังมีไม่เพียงพอกับความต้องการ อันด้วยมาจากสภาพภูมิประเทศไม่เอื้อต่อการเพาะปลูก สภาพภูมิอากาศที่แห้งแล้ง ขาดแคลนแหล่งน้ำใต้ดิน ประกอบกับพื้นที่ที่เหมาะสมสำหรับทำการเกษตรมีอยู่น้อยมาก ส่งผลให้ประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลางต้องพึ่งพาการนำเข้าจากต่างประเทศเป็นจำนวนมากในแต่ละปี โดยเฉพาะสินค้าอาหารและสินค้าอุปโภคบริโภค ซึ่งต้องมีการนำเข้าสูงถึงมากกว่าร้อยละ 70 และจากนโยบายการเร่งอัดฉีดเงินเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจจากวิกฤติโควิด-19 ยิ่งส่งผลให้มีความต้องการสินค้าอาหารเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย จึงถือเป็นโอกาสอันดีสำหรับการส่งออกของไทยไปยังตะวันออกกลาง

1.3 พฤติกรรมผู้บริโภค ในอนาคตคาดว่าภูมิภาคตะวันออกกลางจะมีความต้องการอาหารฮาลาลที่เป็นอาหารเพื่อสุขภาพมากขึ้น จากกระแสรักสุขภาพที่ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะหลังจากมีการแพร่ระบาดของ COVID-19 ไปทั่วโลก ส่งผลให้แนวโน้มการบริโภคอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ โดยเฉพาะสินค้าประเภท Functional และ Healthy Products กำลังได้รับความนิยมเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในภูมิภาคนี้ และมีความต้องการอาหารฮาลาลที่เป็นอาหารแห้งและอาหารกระป๋องเป็นอย่างมาก เนื่องจากภูมิภาคตะวันออกกลางมีสภาพอากาศร้อนจัด ทำให้สินค้าประเภทพืชผัก ผลไม้สด รวมถึงสินค้าอาหารแปรรูปที่อยู่ในบรรจุภัณฑ์ทั่วๆ ไป มีอายุการเก็บรักษา (Shelf Life) ค่อนข้างสั้น จึงเน่าเสียได้ง่าย อาหารกระป๋องซึ่งเก็บรักษาได้นานกว่าจึงเป็นที่ต้องการของผู้บริโภค นอกจากนี้ มีความต้องการนำเข้าสินค้าเกษตรและอาหารที่หลากหลายทั้งระดับราคาและรสชาติ โดยเฉพาะกลุ่มประเทศ GCC ซึ่งผู้บริโภคมาจากหลากหลายเชื้อชาติและฐานะ สินค้าและอาหารที่ภูมิภาคตะวันออกกลางต้องการนำเข้าจึงไม่ได้จำกัดเฉพาะสินค้าที่มีรสชาติถูกปากชาวอาหรับ หรือสินค้าพรีเมี่ยมที่มีราคาแพงแต่เพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมไปถึงสินค้าอาหารที่เป็นที่ชื่นชอบของผู้บริโภคเชื้อชาติอื่นๆ หรือสินค้าอาหารที่มีราคาอยู่ในระดับกลาง – ต่ำด้วย

 

2. สถานการณ์การค้าของไทยกับตะวันออกกลาง

2.1 มูลค่าการค้าระหว่างไทยและตะวันออกกลาง จากข้อมูลการค้าศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ พบว่า ในปี 2565 (มกราคม - ตุลาคม) เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 73.55 โดยมีมูลค่าการค้ารวม 1,330,144.47 ล้านบาท แบ่งเป็นการนำเข้า 1,022,002.49 ล้านบาท และการส่งออก 308,141.98 ล้านบาท โดยสินค้าที่ไทยส่งออกไปตะวันออกกลาง 5 อันดับแรก ได้แก่ (1) รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ (2) ข้าว (3) เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ (4) ไม้และผลิตภัณฑ์ไม้ (5) อัญมณีและเครื่องประดับ และสินค้านำเข้าสำคัญของไทยจากตะวันออกกลาง 5 อันดับแรก ได้แก่ (1) น้ำมันดิบ (2) ก๊าซธรรมชาติ (3) น้ำมันสำเร็จรูป (4) ปุ๋ย และยากำจัดศัตรูพืชและสัตว์ (5) เคมีภัณฑ์

2.2 มูลค่าการส่งออกสินค้าในหมวดอาหารไปกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง - แอฟริกาเหนือ หรือ MENA ซึ่งมี 20 ประเทศสมาชิก (จากนิยามของ World Bank) ได้แก่ อิรัก สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ตุรกี อียิปต์ ลิเบีย ซาอุดีอาระเบีย อิสราเอล เยเมน อิหร่าน จอร์แดน กาตาร์ คูเวต เลบานอน ซูดาน โอมาน แอลจีเรีย บาห์เรน โมร็อกโก ตูนิเซีย และซีเรีย ทั้งนี้ จากข้อมูลของสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ พบว่า ประเทศไทยมีการส่งออกสินค้าไปกลุ่มประเทศ MENA เมื่อปี 2564 มีมูลค่ารวม 52,928 ล้านบาท (ขยายตัว 10.5%) และปี 2565 (ม.ค. - มิ.ย.) มีมูลค่า 42,743 ล้านบาท (ขยายตัว 75.4%) โดยมีสินค้าส่งออกสำคัญ ได้แก่ ข้าว (+125%) ปลากระป๋อง (+45%) ผลไม้กระป๋อง (+21%) ผลิตภัณฑ์ข้าวสาลี (+31%) น้ำตาลทราย (+3154%) เครื่องดื่ม (+16%) สินค้าประมงอื่นๆ (-0.2%) ผักกระป๋อง (+14%) และสิ่งปรุงรสอาหาร (+24%)

 

3. SWOT Analysis สินค้าเกษตรแปรรูปและนวัตกรรมประเภทอาหารของไทยในตลาดตะวันออกกลาง

การวิเคราะห์ SWOT ในการประกอบธุรกิจของผู้ประกอบการสินค้าเกษตรแปรรูปและนวัตกรรมประเภทอาหารของไทยในบริบทการเข้าสู่ตลาดตะวันออกกลาง โดยเปรียบเทียบกับประเทศผู้ส่งออกอาหารฮาลาลที่สำคัญในอาเซียน ได้แก่ อินโดนีเซีย มาเลเซีย สรุปได้ดังนี้

3.1 จุดแข็ง (Strengths)

3.1.1 สินค้าเกษตรแปรรูปและนวัตกรรมประเภทอาหารของไทยผลิตจากวัตถุดิบคุณภาพดีจากสินค้าเกษตรไทยที่มีผลผลิตตลอดทั้งปีและเป็นที่ยอมรับในคุณภาพมาตรฐานในระดับสากล

3.1.2 สินค้าเกษตรแปรรูปและนวัตกรรมประเภทอาหารของไทยมีคุณลักษณะพิเศษและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เช่น รสชาติที่ดีถูกปากผู้บริโภค มีความหลากหลายของตัวสินค้าโดยเฉพาะสินค้าในกลุ่ม Functional และ Healthy Products

3.2 จุดอ่อน (Weaknesses)

              สินค้าเกษตรแปรรูปและนวัตกรรมประเภทอาหารของไทยได้รับการยอมรับจากผู้บริโภคในตะวันออกกลางน้อยกว่าสินค้าของคู่แข่งอย่างประเทศอินโดนีเซียและมาเลเซียที่มีความน่าเชื่อถือมากกว่าเพราะเป็นประเทศมุสลิม

3.3 โอกาส (Opportunities)

3.3.1 สภาพภูมิอากาศในตะวันออกกลางมีความแห้งแล้ง ไม่เอื้อต่อการเพาะปลูก จึงส่งผลต่อปัจจัยเรื่องความมั่นคงทางอาหารต่ำของประเทศมุสลิม โดยเฉพาะประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลางและแอฟริกาตอนเหนือ เนื่องจากสภาพภูมิประเทศและสภาพอากาศในบริเวณนี้ไม่เอื้ออำนวยต่อการเพาะปลูกพืชและการทำปศุสัตว์ จึงต้องอาศัยการนำเข้าสินค้าเกษตรและอาหารจากต่างประเทศ

3.3.2 แนวโน้มการบริโภคอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพในกลุ่มคนที่มีรายได้สูงในตะวันออกกลางมีการเติบโตมากขึ้น จากกระแสรักสุขภาพที่ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว ภายหลังการแพร่ระบาดของ COVID-19 จึงเป็นโอกาสที่สินค้าเกษตรแปรรูปและนวัตกรรมประเภทอาหารของไทยซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลิตภัณฑ์อาหารที่ให้ประโยชน์ต่อสุขภาพจะได้รับความนิยมมากขึ้น

3.4 อุปสรรค (Threats)

3.4.1 ความเข้มงวดในการตรวจสอบผลิตภัณฑ์ฮาลาลที่จะนำเข้าไปจำหน่ายยังตลาดตะวันออกกลางเป็นอุปสรรคสำคัญของการส่งออกสินค้าฯ ของไทย เนื่องจากจะต้องผ่านการตรวจสอบอย่างรัดกุมตามข้อกำหนดของหลักศาสนาจากทั้งภายในประเทศไทยเอง และประเทศมุสลิมคู่ค้าเสียก่อน หลังจากได้รับการรับรองว่ามุสลิมสามารถบริโภคได้จึงจะได้รับอนุญาตจากองค์กรมุสลิมที่ดูแลเรื่องเครื่องหมายฮาลาลอนุญาตให้แสดงเครื่องหมายฮาลาลบนฉลากสินค้าได้ ทั้งนี้ กระบวนการดังกล่าวมีการตรวจสอบอย่างละเอียด หากมีการปะปนของสิ่งต้องห้ามหรือมาตรฐานการผลิตไม่เป็นไปตามหลักศาสนา สินค้าจะถูกกักกันและห้ามนำเข้าทันที

3.4.2 ระบบคุ้มครองผู้บริโภคฮาลาลของไทยยังไม่เข้มแข็ง จากปัญหาการปนเปื้อนสิ่งต้องห้ามในอาหารฮาลาลไทยที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของต่างประเทศที่มีต่ออาหารฮาลาลจากประเทศไทย

3.4.3 ประเทศคู่แข่งอย่างมาเลเซียมีการพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารฮาลาลอย่างเป็นระบบ โดยได้ประกาศจัดตั้ง Halal Industry Development Corporation ซึ่งตั้งเป้าหมายที่จะเป็นผู้นำการผลิตอาหารฮาลาล

 

4. วิเคราะห์โอกาสในการส่งออกสินค้าเกษตรแปรรูปและนวัตกรรมประเภทอาหารของไทยในตลาตะวันออก

4.1 ตลาดการค้าสินค้าอาหารในกลุ่มประเทศ MENA นับว่าเป็นตลาดที่มีความน่าสนใจในด้านการค้า การลงทุน เนื่องจากปัจจัยทางสภาพแวดล้อมที่เป็นตัวขับเคลื่อนให้ตลาดอาหารเติบโตได้มากที่สำคัญ ได้แก่ (1) แนวโน้มผู้บริโภคที่เปิดรับอาหารต่างชาติมากยิ่งขึ้น (2) เป็นตลาดที่มีอำนาจซื้อสูง (3) ช่องทางการกระจายสินค้าที่เพิ่มจำนวนอย่างมาก (4) ความหลากหลายของเชื้อชาติในภูมิภาคนี้ (5) การเป็นศูนย์กลางด้านโลจิสติกส์การนำเข้า - ส่งออกสินค้า โดยมีประเทศซาอุดีอาระเบียเป็นผู้นำ ในขณะที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เป็นศูนย์กลางการส่งออกต่อ (Re - export) ไปยังประเทศในกลุ่มตะวันออกกลาง และแอฟริกา และประเทศอาหรับอื่นๆ (6) ภาครัฐบาลให้ความสำคัญกับการสร้างความมั่นคงทางด้านอาหารในภูมิภาคโดยการให้สิทธิพิเศษแก่นักลงทุนทั้งในและต่างประเทศเพื่อลงทุนในอุตสาหกรรมอาหารมากขึ้น (7) กฎระเบียบ/มาตรฐานอาหารในบางประเทศไม่สูงมากนักเมื่อเปรียบเทียบกับตลาดอื่นๆ เช่น ประเทศญี่ปุ่น สหภาพยุโรป และสหรัฐอเมริกา

4.2 การที่ประเทศไทยเป็นประเทศผู้ส่งออกอาหารรายสำคัญของโลกที่มีจุดแข็งด้านความชำนาญการผลิตในอุตสาหกรรมอาหารที่หลากหลาย และผู้ประกอบการให้ความสำคัญกับตราเครื่องหมายอาหารฮาลาลมากขึ้น จึงเปรียบเสมือน passport และใบเบิกทางในการเข้าสู่ตะวันออกกลาง เนื่องจากกว่าร้อยละ 60 ของประชากรในกลุ่มประเทศ MENA เป็นผู้ที่นับถือศาสนาอิสลาม ดังนั้น การมีตราเครื่องหมายอาหารฮาลาลจะช่วยให้ผู้ประกอบการไทยสามารถจำหน่ายสินค้าอาหารและเครื่องดื่มให้แก่คนมุสลิมในกลุ่ม MENA ได้เพิ่มขึ้นอีกถึง 240 ล้านคน

4.3 จากการคาดการณ์ของธนาคารโลก พบว่าใน ปี 2573 มูลค่าตลาดอาหารในภูมิภาคนี้จะขยายตัวสูงถึง 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และ สถาบันวิจัยด้านเศรษฐกิจและการเมือง หรือ the Economist Intelligence Unit (EIU) ได้คาดการณ์อีกว่าการนำเข้าสินค้าอาหารผ่านเข้าสู่กลุ่มประเทศ GCC ทั้งเพื่อการบริโภคในประเทศและเพื่อการส่งออกไปยังประเทศที่สามจะมีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 53 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ปัจจัยที่ส่งผลให้ตลาดอาหารในกลุ่มประเทศ MENA มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง และมีโอกาสพัฒนาเป็นศูนย์กลางการนำเข้าและส่งออกอาหาร (Re - exporter of food) ได้แก่ ระบบเครือข่ายขนส่งอาหารที่มีศักยภาพ (Significant link in the region’s food chain) อีกทั้งยังมีโครงข่าย โลจิสติกส์ ที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ การคมนาคมทั้งทาง บก เรือ อากาศ โดยมีประเทศซาอุดีอาระเบีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เป็นผู้นำในภูมิภาคนี้ ในขณะที่แอฟริกาเหนือ มีการเติบโตทางด้านการค้าการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานในภูมิภาคมากยิ่งขึ้น โดยมีประเทศอียิปต์ โมร็อกโก และอัลจีเรีย เป็นผู้นำในภูมิภาคนี้

 

5. บทสรุปและข้อเสนอแนะ

5.1 กลยุทธ์การบุกตลาดในตะวันออกกลาง ผู้ส่งออกอาหารฮาลาลไทยหากต้องการจะขยายโอกาสทางการค้าในตลาดตะวันออกกลางซึ่งมีชาวมุสลิมอยู่หนาแน่นและมีกำลังซื้อสูง จำเป็นต้องศึกษามาตรฐานฮาลาลซึ่งมีทั้งสิ้นประมาณ 50 มาตรฐาน จาก 20 ประเทศทั่วโลก โดยมีหน่วยงานสำคัญๆ ที่ตั้งขึ้นเพื่อวางมาตรฐานฮาลาลให้เป็นสากลและยอมรับ เช่น Organization of the Islamic Conference (OIC) มีสมาชิก 57 ประเทศ และประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เป็นหนึ่งในสมาชิกของ OIC องค์การ Food and Agriculture Organization (FAO) กำหนดมาตรฐานสากลของอาหารฮาลาล โดย Codex Alimentations Commission สำหรับแนะนำในการใช้คำ “ฮาลาล” (Halal) บนฉลากอาหาร และ Codex ได้จัดทำ General Guidelines for use of the term HALAL ตั้งแต่ปี 2540 เพื่อให้ประเทศต่างๆ มีความเข้าใจตรงกันและมีการปฏิบัติอย่างถูกต้องตามหลักศาสนาอิสลาม ทั้งทางด้านแหล่งที่มาของอาหาร วิธีการฆ่าสัตว์การเตรียมอาหาร การแปรรูปอาหาร การบรรจุหีบห่อ การขนส่งและการเก็บรักษาอาหาร อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมการค้ากับประเทศมุสลิม ประเทศในกลุ่ม GCC ได้แก่ ประเทศซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์คูเวต โอมาน บาห์เรน และกาตาร์ เป็นกลุ่มประเทศที่มีอำนาจการซื้อสูงใช้กฎระเบียบและมาตรฐานสินค้าร่วมกัน (Gulf Standard) โดยร่วมกันตั้งสำนักงานมาตรฐานและชั่ง ตวง วัด เรียกว่า Standardization & Metrology Organization for G.C.C. – GSMO มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่กรุงริยาด ประเทศซาอุดีอาระเบีย ทำหน้าที่ออกกฎระเบียบ กำกับดูแล และเผยแพร่มาตรฐานสินค้าของประเทศในกลุ่ม GCC ให้เป็นมาตรฐานเดียวกันเป็นการคุ้มครองผู้บริโภคให้ได้รับความปลอดภัยและได้รับความเป็นธรรม ดังนั้น การมีตราเครื่องหมายอาหารฮาลาลจะช่วยให้ผู้ประกอบการไทยสามารถจำหน่ายสินค้าอาหารและเครื่องดื่มให้แก่คนมุสลิมในตลาดตะวันออกกลางได้เพิ่มมากขึ้น

5.2  ปัจจัยสู่ความสำเร็จในการเจาะตลาดตะวันออกกลาง คือ ช่องทางการจัดจำหน่าย พันธมิตรทางธุรกิจ และการจัดวางตำแหน่งผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสม โดยสาธารณรัฐอาหรับเอมิเรตส์ คือ ประตูด่านแรกที่น่าสนใจในการเจาะตลาดตะวันออกกลาง โดยเฉพาะดูไบซึ่งจัดเป็นเมืองท่าที่มีความสำคัญและเป็นจุดพักสินค้าก่อนจะกระจายต่อไปยังประเทศอื่นๆ ในแถบตะวันออกกลาง รวมไปถึงทวีปแอฟริกาเหนือและยุโรปตะวันออก นอกจากนี้ การวางตำแหน่งของผลิตภัณฑ์ควรวางตำแหน่งสินค้าในระดับ Premium เพื่อหลีกหนีการแข่งขันด้านราคา (Price War) โดยควรเน้นสินค้าที่มีคุณภาพสูงเพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภครุ่นใหม่ที่ใส่ใจและพิถีพิถันในเรื่องคุณภาพและความปลอดภัยของสินค้ามากกว่าปัจจัยด้านราคา ทั้งนี้ ผู้ประกอบการไทยควรเริ่มต้นมองหาโอกาสทางธุรกิจ โดยการร่วมชมงาน หรือสมัครเข้าร่วม Gulfood Exhibition Fair ผ่านกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งจัดขึ้นในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี โดยในปี 2566 สถาบันส่งเสริมสินค้าเกษตรนวัตกรรม (สกน.) ได้วางแผนเข้าร่วมจัดแสดงสินค้าในงานแสดงสินค้านานาชาติ “Gulfood 2023” ระหว่างวันที่ 20 - 24 กุมภาพันธ์ 2566 ณ นครดูไบ สาธารณรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งเป็นงานแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่มนานาชาติที่มีชื่อเสียงและใหญ่ที่สุดในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยปีนี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 28 ซึ่งการนำสินค้าเกษตรนวัตกรรมไทยเข้าร่วมงานฯ จะเป็นการประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีและเพิ่มการตระรู้สินค้านวัตกรรมข้าวและพืชเศรษฐกิจหลักไทยสู่ตลาดโลก


เอกสารแนบ