เปลี่ยนการแสดงผล

แสดงรายละเอียด ข่าวกรมการค้าต่างประเทศ

ผู้ส่งออกตะปูไทยชื่นมื่น สหรัฐฯ ปิดจ็อบ ยุติไต่สวน CVD คาดส่งออกฉลุย! | 200 

คต. ย้ำข่าวดี สหรัฐฯ ประกาศยุติการไต่สวนมาตรการตอบโต้การอุดหนุน (Countervailing Duty: CVD) กับสินค้าตะปู (Steel Nails) จากไทย ส่งไทยรอดเดี่ยวจาก 5 ประเทศที่ถูกกล่าวหา ไม่ถูกเก็บอากร CVD ในการนำเข้า

นายพิทักษ์ อุดมวิชัยวัฒน์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ แจ้งว่าจากกรณีที่ไทยและอีก 4 ประเทศ ประกอบด้วย โอมาน ตุรกี อินเดีย และศรีลังกา ถูกรัฐบาลสหรัฐฯ เปิดไต่สวนมาตรการตอบโต้การอุดหนุน (Countervailing Duty : CVD) สินค้าตะปู เนื่องจากอุตสาหกรรมภายในสหรัฐฯ ได้กล่าวหารัฐบาลและหน่วยงานภาครัฐของไทยว่ามีพฤติกรรมให้การอุดหนุน (Subsidy) ผู้ส่งออกไทยผ่าน 13 โครงการ อาทิ โครงการสิทธิประโยชน์ในการลด/ยกเว้นภาษีบางรายการ โครงการสิทธิประโยชน์ลดหย่อนค่าไฟฟ้าของหน่วยงานด้านการไฟฟ้า และโครงการแทรกแซงค่าเงินบาทของธนาคารแห่งประเทศไทย เป็นต้น เพื่อเพิ่มปริมาณการส่งออกสินค้าตะปูไปยังสหรัฐฯ ซึ่ง คต. ในฐานะผู้รับผิดชอบหลักในการดำเนินการแก้ต่างการใช้มาตรการ CVD ในกรณีดังกล่าว ได้บูรณาการประสานความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งสิ้น 13 หน่วยงาน เพื่อเป็นตัวแทนในการต่อสู้กับข้อกล่าวหาดังกล่าวของสหรัฐฯ โดยล่าสุด เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2565 คณะกรรมาธิการการค้าระหว่างประเทศสหรัฐฯ (United States International Trade Commission : USITC) ได้ประกาศยุติการไต่สวนการอุดหนุนสินค้าตะปูที่นำเข้าจากไทย เนื่องจากกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ (Department of  Commerce: DOC) ได้ประกาศผลการไต่สวนการอุดหนุนชั้นที่สุดว่าบริษัทผู้ผลิต/ส่งออกตะปูจากไทย (Steel Nails) ที่ได้รับเลือกให้ตอบแบบสอบถามจำนวน 2 ราย มีอัตราส่วนเหลื่อมการอุดหนุนเพียงร้อยละ 0.05 - 0.10 ซึ่งต่ำกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำที่กำหนดไว้ (De Minimis) จึงเข้าข่ายว่าไม่มีการอุดหนุน พร้อมทั้ง DOC ได้ประกาศยุติการไต่สวนการใช้มาตรการ CVD กับสินค้าตะปูจากไทย ส่งผลให้ไทยเป็นเพียงประเทศเดียวจาก 5 ประเทศที่ถูกกล่าวหาที่จะไม่ถูกสหรัฐฯ เรียกเก็บอากร CVD ในกรณีดังกล่าว นับเป็นความสำเร็จที่น่ายินดีของอุตสาหกรรมตะปูไทย อนึ่ง DOC พบว่าอีก 4 ประเทศ มีอัตราอากร ดังนี้ โอมาน ร้อยละ 2.49 ตุรกี ร้อยละ 1.52 - 3.88 อินเดีย ร้อยละ 2.73 - 2.93 และศรีลังกา ร้อยละ 4.12

นายพิทักษ์ฯ กล่าวเพิ่มเติมว่าจากข้อมูลสถิติระหว่างปี 2560 - 2564 พบว่าสหรัฐฯ เป็นตลาดส่งออกสินค้าตะปูที่สำคัญอันดับ 1 ของไทยมาโดยตลอด โดยในปี 2564 สหรัฐฯ มีการนำเข้าสินค้าตะปูจากไทยเป็นลำดับที่ 5 รองจาก จีน โอมาน ไต้หวัน และแคนาดา โดยมีมูลค่าการส่งออกอยู่ที่ 2,355 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 83.72 ของการส่งออกตะปูทั้งหมดจากไทย ในขณะที่ช่วง 6 เดือนแรกของปี 2565 สหรัฐฯ นำเข้าสินค้าตะปูจากไทย มูลค่าสูงถึง 2,136 ล้านบาท คิดเป็นลำดับที่ 4 รองจาก จีน โอมาน และเกาหลีใต้ ดังนั้น การที่ไทยไม่ถูกเรียกเก็บอากร CVD จะส่งผลให้ไทยยังคงรักษาตลาดตะปู และปกป้องผลประโยชน์ทางการค้าในสหรัฐฯ ได้ นอกจากนี้ การที่โอมาน ตุรกี อินเดีย และ ศรีลังกา ซึ่งเป็นประเทศที่มีส่วนแบ่งทางการตลาดที่สำคัญของสินค้าตะปูในสหรัฐฯ จะถูกเรียกเก็บอากร CVD ในการนำเข้า ยิ่งเป็นการสร้างแต้มต่อในการดึงดูดให้ผู้นำเข้าสหรัฐฯ หันมานำเข้าสินค้าตะปู จากไทยเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย

อนึ่ง สำหรับกรณีที่สหรัฐฯ ไต่สวนการทุ่มตลาด (Anti-Dumping: AD) สินค้าตะปูจากไทยอยู่ในขณะนี้ คาดว่าจะสามารถประกาศผลการไต่สวนชั้นที่สุดได้ภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2566 ทั้งนี้ คต. ในฐานะหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบพันธกิจในการดำเนินการปกป้องและตอบโต้ทางการค้าระหว่างประเทศ จะมุ่งมั่นในการลดอุปสรรคและสร้างความเป็นธรรมทางการค้า รวมถึงปกป้องผลประโยชน์ของผู้ประกอบการไทยอย่างยั่งยืน สำหรับผู้มีส่วนได้เสียหรือผู้ที่สนใจสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ กรมการค้าต่างประเทศ www.dft.go.th นายพิทักษ์ฯ กล่าวทิ้งท้าย


เอกสารแนบ