เปลี่ยนการแสดงผล

แสดงรายละเอียด ข่าวกรมการค้าต่างประเทศ

คต. จับตาเฝ้าระวังสินค้าทุเรียน หวั่นแอบอ้างถิ่นกำเนิด สวมสิทธิเป็นทุเรียนไทยแล้วส่งออก | 43 

กรมการค้าต่างประเทศ เดินหน้าป้องกันการสวมสิทธิและลงโทษผู้ส่งออกที่นำเข้าสินค้าทุเรียนจากประเทศเพื่อนบ้าน มาแอบอ้างเป็นทุเรียนไทยแล้วส่งออกไปประเทศจีน ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และชื่อเสียงของทุเรียนไทย

นายกีรติ รัชโน อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า “กรมฯ ได้รับแจ้งจากสำนักงานพาณิชย์และผู้ส่งออก จังหวัดจันทบุรี ว่าปัจจุบันอาจมีการนำเข้าทุเรียนจากประเทศเพื่อนบ้าน มาสวมสิทธิเป็นทุเรียนไทยและส่งออกไปยังประเทศจีน โดยใช้หนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า Form E เพื่อขอรับสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร ซึ่งการกระทำดังกล่าวนั้น เข้าข่ายการแอบอ้างถิ่นกำเนิดสินค้า โดยใช้ไทยเป็นฐานการปลอมแปลงถิ่นกำเนิด ส่งผลต่อภาพลักษณ์และชื่อเสียงของทุเรียนไทย”

อธิบดีฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า “เพื่อป้องกันการสวมสิทธิทุเรียนไทย และป้องกันการแอบอ้างถิ่นกำเนิด กรมฯ
จึงได้ดำเนินการเพิ่มสินค้าทุเรียนในบัญชีรายการสินค้าเฝ้าระวัง (Watch-List) ซึ่งจะทำให้ขั้นตอนในการพิจารณาออกหนังสือรับรองฯ เข้มงวดและรัดกุมยิ่งขึ้น สำหรับสินค้าทุเรียนที่ถูกสวมสิทธินั้น ประกอบด้วย ทุเรียนสด (FRESH DURAIN) พิกัดศุลกากร 0810.60 และทุเรียนแช่แข็ง (FROZEN DURAIN)  พิกัดศุลกากร 0811.90 ซึ่งกรมฯ ได้กำหนดแนวปฏิบัติในการออกหนังสือรับรองฯ ทุกประเภท สำหรับสินค้าทุเรียนดังกล่าว โดยให้ผู้ยื่นขอหนังสือรับรองฯ ต้องระบุข้อความยืนยันแหล่งที่มาของทุเรียนในประเทศที่ขอรับหนังสือรับรองฯ เพิ่มเติมลงในแบบขอรับการตรวจคุณสมบัติของสินค้าทางด้านถิ่นกำเนิดเพื่อขอใช้สิทธิพิเศษทางด้านภาษีศุลกากร (สินค้าพิกัดอัตราศุลกากรตอนที่ 01-24) ตั้งแต่วันที่ 21 ธันวาคม 2563 เป็นต้นไป

การดำเนินการตามแนวปฏิบัติในการออกหนังสือรับรองฯ ดังกล่าว เป็นการดำเนินงานเชิงรุกในการป้องกันการสวมสิทธิและการแอบอ้างถิ่นกำเนิดสินค้าทุเรียน เพื่อให้ประเทศไทยได้รับความเชื่อถือและความมั่นใจจากประเทศคู่ค้าว่าทุเรียนที่ส่งออกจากไทยเป็นทุเรียนที่มีถิ่นกำเนิดไทยจริง อีกทั้งยังช่วยรักษาความเชื่อมั่นในมาตรฐาน ภาพลักษณ์และชื่อเสียงของทุเรียนไทยในตลาดโลกอีกด้วย

จากสถิติการส่งออกทุเรียนสดและทุเรียนแช่แข็งของไทย ปี2563 (มกราคม - ตุลาคม) ปริมาณรวม 631,394.7 ตัน มูลค่า 69,153.8 ล้านบาท ปริมาณลดลงร้อยละ 4.2 แต่มูลค่าเพิ่มขึ้นร้อยละ 42.9 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2562 ที่ส่งออกปริมาณรวม 680,904.5 ตัน มูลค่า 51,029.5 ล้านบาท โดยส่งออกไปยังประเทศ 3 อันดับแรก ได้แก่ จีน ฮ่องกง และเวียดนาม ตามลำดับ

ทั้งนี้ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักบริการการค้าต่างประเทศ กรมการค้าต่างประเทศ หมายเลขโทรศัพท์ 0 2547 4830 , 0 2547 4838 หรือ สายด่วน 1385 และ www.dft.go.th


เอกสารแนบ