เปลี่ยนการแสดงผล

แสดงรายละเอียด ข่าวกรมการค้าต่างประเทศ

คต. เดินหน้าไม่หยุด! มุ่งสู่การเป็น Digital DFT | 95 

กรมการค้าต่างประเทศประสบความสำเร็จอย่างงดงาม นำเสนอ Digital DFT อย่างเต็มรูปแบบเพื่อรับมือกับสถานการณ์ New Normal และช่วยติดอาวุธให้ผู้ประกอบการสามารถใช้สิทธิประโยชน์ทางการค้าในการรุกตลาดเพื่อนบ้านอย่างมีประสิทธิภาพ

นายกีรติ รัชโน อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า กรมฯ ได้จัดงานสัมมนา เรื่อง “ฝ่าวิกฤติโควิด พิชิตตลาดเพื่อนบ้าน ผ่าน Digital DFT” ภายใต้โครงการสัมมนาซีรีส์ บทบาทกรมการค้าต่างประเทศในยุค New Normal เมื่อวันที่ 17 กันยายน ที่ผ่านมา ณ โรงแรม เดอะ เบอร์เคลีย์ โฮเต็ล ประตูน้ำ (The Berkeley Hotel Pratunam) ซึ่งได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม มีผู้เข้าร่วมงานกว่า 400 คน 

นายกีรติ กล่าวเพิ่มเติมว่า งานสัมมนาในครั้งนี้ ได้รับความสนใจจากผู้ผลิตและผู้ส่งออกจำนวนมาก เนื่องจากตลาดเพื่อนบ้านและอาเซียนมีขนาดใหญ่ ยังคงมีกำลังซื้อสูง และสามารถใช้สิทธิลดภาษีนำเข้าเพื่อสร้างแต้มต่อทางการค้าได้ โดยในการบรรยายพิเศษ เรื่อง บทบาทของกรมการค้าต่างประเทศในยุค New Normal ได้เน้นย้ำว่ากรมฯ ยกระดับการให้บริการด้วยนวัตกรรมดิจิทัลเพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการมั่นใจได้ว่า กรมฯ พร้อมเป็นแรงขับเคลื่อนให้ทุกการส่งออก นำเข้า สามารถดำเนินการได้อย่างไร้อุปสรรค

สำหรับการเสวนา หัวข้อ ฝ่าวิกฤติโควิด พิชิตตลาดเพื่อนบ้าน ผ่าน Digital DFT ได้รับเกียรติจากผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 5 ท่าน ได้แก่ นายอดุลย์ โชตินิสากรณ์ อดีตอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ นางมนัสนิตย์ จิรวัฒน์ รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ รองอธิบดีกรมศุลกากร นายยงยศ ผลธนาวัฒน์ ผู้แทนบริษัท เอสซีจี อินเตอร์เนชั่นแนล คอร์ปอเรชั่น จำกัด และนายชาญชัย อยู่สำราญสุข ผู้แทนบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ที่มาร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในช่วงโควิด-19 จากมุมมองของภาครัฐและเอกชน รวมทั้งการใช้บริการของกรมการค้าต่างประเทศและหน่วยงานรัฐในรูปแบบดิจิทัล ที่ช่วยให้การค้าในช่วงโควิด-19 ไม่สะดุดแม้แต่น้อย

ด้านนายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ รองอธิบดีกรมศุลกากร กล่าวว่า กรมศุลกากรเป็นหน่วยงานที่กำกับดูแลระบบ National Single Window (NSW) ของไทย ที่อำนวยความสะดวกโดยเชื่อมโยงข้อมูลใบอนุญาตและใบรับรองระหว่างหน่วยงานภาครัฐภายในประเทศ และการเชื่อมโยงข้อมูลภาคธุรกิจระหว่างประเทศเพื่อส่งเสริมการค้าแบบไร้กระดาษ (Paperless) โดยปัจจุบันกรมการค้าต่างประเทศได้เชื่อมโยงข้อมูลใบอนุญาตและหนังสือรับรองการส่งออก นำเข้าสินค้ากับระบบ NSW แล้ว 53 รายการสินค้า จากสินค้าที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมการค้าต่างประเทศ 69 รายการสินค้า คิดเป็นร้อยละ 76.81 โดยระบบ NSW จะช่วยลดภาระให้กับผู้ประกอบการได้เป็นอย่างมาก

นายยงยศ ผลธนาวัฒน์ ผู้แทนบริษัท เอสซีจี อินเตอร์เนชั่นแนล คอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวว่า ในช่วงโควิด-19 ยอดขายของบริษัทฯ ไม่ได้ลดลงมากนัก เนื่องจากการติดต่อเพื่อขอเอกสารจากหน่วยงานรัฐในปัจจุบันทำได้สะดวกขึ้น ในบางกรณีก็สามารถทำในระบบดิจิทัลได้ทั้งหมดโดยไม่จำเป็นต้องเดินทางไปสำนักงาน จึงช่วยให้พนักงานสามารถ Work From Home ได้อย่างไร้ปัญหา และเชิญชวนให้ภาคเอกชน โดยเฉพาะบริษัทขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ใช้ระบบการให้บริการแบบดิจิทัลของภาครัฐ เนื่องจากจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและลดค่าใช้จ่ายได้เป็นอย่างมาก 

นายชาญชัย อยู่สำราญสุข ผู้แทนบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า สินค้าของบริษัทฯ ซึ่งคือรถยนต์และชิ้นส่วนมีมูลค่าสูงและมีความซับซ้อนของห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) จึงจำเป็นต้องอาศัยข้อมูลและการวางแผนอย่างละเอียดรอบคอบ การที่กรมการค้าต่างประเทศใช้ระบบดิจิทัลจึงเป็นการเพิ่มขีดความสามารถให้บริษัทฯ สามารถวางแผนให้สอดรับกับทุกสถานการณ์ และปรับโครงสร้างของห่วงโซ่อุปทานเพื่อลดผลกระทบจากโควิด-19

สำหรับ Workshop ทั้งในหัวข้อ วิธีการยื่นขอตรวจคุณสมบัติทางด้านถิ่นกำเนิดสินค้าแบบ Digital และวิธีการยื่นขอ e-Form D ได้รับการตอบรับจากผู้ประกอบการเป็นอย่างดี เนื่องจากเป็นการเจาะลึกในรายละเอียดเพื่อเตรียมความพร้อมให้ผู้ประกอบการสามารถใช้ระบบของกรมการค้าต่างประเทศได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ รวมทั้งตลอดทั้งวัน กรมการค้าต่างประเทศยังได้นำเสนอนิทรรศการ DFT in the New Normal: Navigating Traders towards Sustainable Trade เพื่อชูจุดแข็งของกรมการค้าต่างประเทศ ในการเป็นเป็นผู้นำทาง (Navigator) ที่จะช่วยขับเคลื่อนและนำทางให้ผู้ประกอบการไทยสามารถรับมือกับทุกความเปลี่ยนแปลง

ทั้งนี้ ผู้ประกอบการสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักบริการการค้าต่างประเทศ โทร 0 2547 4830 และ 0 2547 4838 หรือสายด่วนกรมการค้าต่างประเทศ 1385 และเว็บไซต์กรมการค้าต่างประเทศ www.dft.go.th

เอกสารแนบ