เปลี่ยนการแสดงผล

แสดงรายละเอียด ข่าวกรมการค้าต่างประเทศ

คต. ประกาศวันดีเดย์เริ่มใช้ระบบ ESS สำหรับ Form D | 160 

กรมการค้าต่างประเทศ มุ่งมั่นเดินหน้ายกระดับการให้บริการออกหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า พร้อมให้บริการออก Form D ด้วยระบบ ESS ตั้งแต่วันที่ 20 กันยายน 2563 เป็นต้นไป

นายกีรติ รัชโน อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า กรมฯ ได้รับแจ้งจากสำนักเลขาธิการอาเซียนว่าประเทศสมาชิกอาเซียนพร้อมบังคับใช้ระเบียบปฏิบัติสำหรับการออกหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า (Operational Certification Procedure : OCP) ฉบับใหม่ตั้งแต่วันที่ 20 กันยายน 2563 เป็นต้นไป ซึ่งถือเป็นการอำนวยความสะดวกและส่งเสริมการใช้สิทธิประโยชน์ทางการค้าแก่ผู้ประกอบการอย่างยิ่ง โดยมีการปรับปรุง OCP ให้รองรับการใช้ลายมือชื่อและตราประทับอิเล็กทรอนิกส์ทดแทนการลงลายมือชื่อแบบสด

ระบบการลงลายมือชื่อและตราประทับอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Signature and Seal: ESS) เป็นระบบที่นำลายมือชื่อและตราประทับอิเล็กทรอนิกส์มาพิมพ์บนแบบฟอร์มโดยอัตโนมัติ โดยไม่ต้องลงลายมือชื่อและประทับตราแบบสด ซึ่งระบบ ESS จะบันทึกลายมือชื่อและตราประทับนิติบุคคลของผู้ส่งออกและเจ้าหน้าที่ผู้อนุมัติเก็บไว้ในฐานข้อมูลของกรมฯ จากนั้นระบบจะดึงลายมือชื่อและตราประทับอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าวมาประทับให้โดยอัตโนมัติ นับเป็นการอำนวยความสะดวกที่สามารถลดขั้นตอนและระยะเวลาในการขอรับหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า ลดความผิดพลาดจากการประทับตราแบบสด ลดปัญหาจากการนำตราประทับนิติบุคคลออกจากบริษัท รวมทั้งช่วยลดการสัมผัสกระดาษของเจ้าหน้าที่และผู้ประกอบการ ซึ่งเป็นการบรรเทาผลกระทบในช่วงสถานการณ์โรคโควิด-19 ได้เป็นอย่างดี

ดังนั้น เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในการให้บริการด้วยระบบ ESS กรมการค้าต่างประเทศจึงขอเชิญชวนให้ผู้ประกอบการยื่นคำขอจดทะเบียนเพื่อส่งตัวอย่างลายมือชื่อของกรรมการหรือผู้รับมอบอำนาจและตราประทับของนิติบุคคล (ถ้ามี) ผ่านระบบ Registration Database ของกรมฯ (http://reg-users.dft.go.th) ได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ยกเว้นผู้ประกอบการที่เคยจดทะเบียนลายมือชื่อและตราประทับอิเล็กทรอนิกส์สำหรับหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าฟอร์มอื่นที่ใช้ระบบ ESS แล้ว ไม่จำเป็นต้องจดทะเบียนใหม่อีกครั้ง

นายกีรติกล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากการรองรับระบบ ESS แล้ว OCP ฉบับใหม่ยังให้ยกเลิกการระบุราคา FOB ในช่องที่ 9 ของ Form D และให้ระบุวันที่และเลขที่ของฟอร์ม Back-to-Back ฉบับแรก รวมทั้งการเริ่มใช้การรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าด้วยตนเองของอาเซียน (ASEAN-wide Self-Certification) ดังนั้น กรมฯ จึงเตรียมการจัดสัมมนาและอบรมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) ในวันที่ 17 กันยายน 2563 เพื่อเตรียมความพร้อมและตอบข้อซักถามให้ผู้ประกอบการสำหรับการส่งออกไปยังประเทศอาเซียน และจะประชาสัมพันธ์ให้ทราบถึงช่องทางการลงทะเบียนเร็วๆ นี้

ผู้ประกอบการสามารถติดตามข้อมูลข่าวสาร หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สำนักบริการการค้าต่างประเทศ โทร 0 2547 4830 และ 0 2547 4838 หรือ เว็บไซต์กรมการค้าต่างประเทศ www.dft.go.th และสายด่วนกรมการค้าต่างประเทศ 1385



เอกสารแนบ