เปลี่ยนการแสดงผล

แสดงรายละเอียด ข่าวกรมการค้าต่างประเทศ

EU ปรับระเบียบการปิดฉลากยางรถยนต์ | 110 

กรมการค้าต่างประเทศเผย EU ปรับกฎระเบียบว่าด้วยการปิดฉลากสินค้ายางรถยนต์และยางหล่อดอก เพื่อเพิ่มความปลอดภัยทางถนนและลดมลภาวะทางสิ่งแวดล้อม ย้ำผู้ส่งออกศึกษากฎระเบียบให้ชัดเจน ก่อนมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 1 พ.ค. 64

นายกีรติ รัชโน อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า สำนักงานพาณิชย์ในต่างประเทศ ณ กรุงบรัสเซลส์แจ้งว่าสหภาพยุโรปได้ยกเลิกระเบียบ (EC) No 1222/2009 และปรับปรุงระเบียบ EU 2017/1369 ว่าด้วยการปิดฉลากสินค้ายางรถยนต์ประเภท C1 C2 C3 และยางหล่อดอกทุกเส้น (re-treaded tyres) จะต้องผ่านการทดสอบสมรรถนะก่อนการใช้งาน เพื่อเพิ่มความปลอดภัยทางถนน ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากรถยนต์และมลภาวะทางเสียง ในการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพในสหภาพยุโรป โดยกำหนดให้ผู้ผลิตหรือผู้จัดจำหน่ายติดฉลากหรือแสดงเอกสารทางเทคนิคเพื่อให้ผู้บริโภคทราบคุณสมบัติของยางรถยนต์ ซึ่งมีผลต่ออัตราเชื้อเพลิงของยานพาหนะถึงร้อยละ 20-30 ทั้งนี้ กฎระเบียบดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค. 2564 เป็นต้นไป โดยสรุปสาระสำคัญได้ ดังนี้

1) ผู้ผลิต/ตัวแทนของผู้ผลิต (ที่ผลิตนอกสหภาพฯ) /ผู้นำเข้า จะต้องจัดทำฉลากยางตามที่กำหนด เช่น รูปแบบสติกเกอร์ ขนาดฉลากต้องมองเห็นได้ชัดเจนและแสดงในจุดที่ใกล้กับราคา สำหรับการจำหน่ายในช่องทางที่ลูกค้าไม่เห็นผลิตภัณฑ์จริง และต้องแสดงฉลากยางในหน้าจอการโฆษณายางทางอินเตอร์เน็ต เพิ่มสัญลักษณ์สำหรับการกันลื่นหิมะและน้ำแข็งตามมาตรฐานสากล เป็นต้น โดยระเบียบฉบับนี้ได้เพิ่มเติมบทบาทหน้าที่ของ market surveillance ในการตรวจสอบฉลากอีกด้วย

2) ปรับระดับประสิทธิภาพการประหยัดเชื้อเพลิงโดยยกเลิกระดับต่ำสุด (F และ G) เหลือเพียงระดับ A ถึง E

3) ผู้จำหน่ายหรือตัวแทนต้องบันทึกข้อมูลยางล้อในฐานข้อมูลผลิตภัณฑ์ก่อนวางจำหน่ายในตลาด เช่น การติดต่อผู้จำหน่าย ชนิดยาง ฉลากยาง คุณสมบัติ และการทดสอบต่างๆ ในรูปแบบ electronics เป็นต้น สำหรับยางรถยนต์ที่ผลิตระหว่างวันที่ 25 มิ.ย. 2563 – 30 เม.ย. 2564 ผู้จัดจำหน่ายต้องบันทึกข้อมูลในฐานข้อมูลภายในวันที่ 30 พ.ย. 2564

อย่างไรก็ตามการปรับปรุงกฎระเบียบดังกล่าว สะท้อนให้เห็นความมุ่งมั่นของสหภาพฯ เพื่อลดปริมาณการปล่อยก๊าซ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนงานเศรษฐกิจหมุนเวียนของสหภาพฯ ที่มุ่งเน้นการกำกับดูแลสินค้าที่จะก่อให้เกิดมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อม เช่น เครื่องนุ่งห่ม และยางรถยนต์ เพื่อให้สอดคล้องกับระเบียบด้านการขยายสินค้าทางไกลและการโฆษณาทางออนไลน์ มีแนวโน้มว่าสหภาพฯ จะเข้มงวดในการกำกับดูแลการจำหน่ายสินค้าออนไลน์ซึ่งเป็นช่องทางจำหน่ายที่ขยายตัวมากขึ้น

นายกีรติฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า จากข้อมูลสถิติการส่งออก ไทยมีการส่งออกสินค้ากลุ่มยางรถยนต์ไปสหภาพยุโรป ช่วงปี 2560 - 2562 มูลค่า 12,045.76 13,569.01 และ 15041.20 ล้านบาทตามลำดับ โดยล่าสุดในปี 2563 (ม.ค.-พ.ค.) มีมูลค่าการส่งออก 4,512.26 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 32.37 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน

ทั้งนี้ ผู้ประกอบการ/ผู้ส่งออกและผู้ที่สนใจสามารถศึกษาข้อมูลกฎระเบียบดังกล่าวเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ https://eur-lex.europa.eu/eli/reg/2020/740/oj เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมให้สามารถปฏิบัติตามกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องได้อย่างไม่เป็นอุปสรรคทางการค้าของไทย หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ กองบริหารสินค้าข้อตกลงและมาตรการการค้า โทร 02 547 5095 หรือสายด่วนกรมการค้าต่างประเทศ 1385 และเว็บไซต์กรมการค้าต่างประเทศ (www.dft.go.th)

เอกสารแนบ