เปลี่ยนการแสดงผล

แสดงรายละเอียด ข่าวกรมการค้าต่างประเทศ

ครม. ไฟเขียว ให้พาณิชย์เร่งกำหนดด่านนำเข้าและนำผ่านน้ำมันปาล์ม | 796 

กรมการค้าต่างประเทศเผย ครม. อนุมัติกำหนดด่านนำเข้าและด่านนำผ่านน้ำมันปาล์ม ป้องกันการลักลอบ และลดผลกระทบต่อเกษตรกรและอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์มภายในประเทศ มีผลบังคับใช้ใน 7 วัน หลังประกาศในราชกิจจานุเบกษา

นายกีรติ รัชโน อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2563 คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติให้กระทรวงพาณิชย์กำหนดด่านนำเข้าและด่านนำผ่านน้ำมันปาล์มและน้ำมันปาล์มเนื้อในเมล็ดปาล์มตามมติคณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติ เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาการทะลักของน้ำมันปาล์มฯ เข้ามาในประเทศจากการลักลอบนำเข้าและนำผ่านน้ำมันปาล์มฯ โดยเร่งด่วน เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อเกษตรกรและอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์มภายในประเทศ เนื่องจากขณะนี้สถานการณ์ราคาผลผลิตจากปาล์มน้ำมันฯ ในประเทศมีการปรับตัวสูงขึ้นอาจทำให้มีการลักลอบมากขึ้น ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวจะมีผลภายใน 7 วัน หลังจากที่กฎหมายได้ประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาแล้ว

กฎหมายฉบับนี้กำหนดให้ “น้ำมันปาล์มและน้ำมันเนื้อในเมล็ดปาล์ม” สามารถนำเข้าได้ 3 ด่าน คือ ด่านศุลกากรมาบตาพุด สำนักงานศุลกากรกรุงเทพ หรือสำนักงานศุลกากรท่าเรือแหลมฉบัง และนำผ่านขาเข้าได้ 1 ด่าน คือ สำนักงานศุลกากรท่าเรือกรุงเทพ และนำผ่านขาออกได้ 3 ด่าน คือ ด่านศุลกากรจันทบุรี ด่านศุลกากรหนองคาย และด่านศุลกากรแม่สอด โดยผู้ประกอบการที่ประสงค์จะนำเข้าและนำผ่านสินค้าน้ำมันปาล์มตามพิกัดอัตราศุลกากร 1511.10.00  1511.90.20  1511.90.31 1511.90.32  1511.90.36  1511.90.37  1511.90.39 1511.90.41  1511.90.42 และ 1511.90.49 และน้ำมันเนื้อในเมล็ดปาล์มตามพิกัดอัตราศุลกากร 1513.21.10  1513.21.90 1513.29.91  1513.29.12  1513.29.13  1513.29.14  1513.29.91 1513.29.92  1513.29.94  1513.29.95  1513.29.96 และ 1513.29.97 จะต้องปฏิบัติตามมาตรการดังกล่าวข้างต้นทุกกรณี

“มาตรการดังกล่าวทำให้การนำเข้าและนำผ่านน้ำมันปาล์มและน้ำมันเนื้อในเมล็ดปาล์มมีความเข้มงวดมากยิ่งขึ้น ซึ่งคาดว่าจะทำให้ปัญหาการลักลอบนำเข้าและนำผ่านน้ำมันปาล์มฯ ลดน้อยลงตามนโยบายเร่งด่วนของรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์)” นายกีรติฯ กล่าว

ในปี 2562 ไทยมีการนำเข้าน้ำมันปาล์มฯ ปริมาณ 19,420 ตัน โดยนำเข้าจากอินโดนีเซียมากเป็นอันดับหนึ่งปริมาณ 15,121 ตัน คิดเป็นร้อยละ 77.86 รองลงมาเป็นการนำเข้าจากมาเลเซีย ปริมาณ 4,299 ตัน คิดเป็นร้อยละ 22.14 ตัน สำหรับการนำผ่านน้ำมันปาล์มฯ ไปยังประเทศเพื่อนบ้านมีปริมาณ 16,148 ตัน ซึ่งมีต้นทางมาจากมาเลเซียเพื่อนำผ่านไปยังเมียนมามากที่สุด ปริมาณ 15,111 ตัน รองลงมาลงเป็น สปป.ลาว ปริมาณ 913 ตัน และกัมพูชา ปริมาณ 124 ตัน ตามลำดับ

ทั้งนี้ ผู้ประกอบการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ กองบริหารสินค้าข้อตกลงและมาตรการการค้า โทรศัพท์ 0 2 547 4734 หรือสายด่วนกรมการค้าต่างประเทศ 1385 เว็บไซต์กรมการค้าต่างประเทศ www.dft.go.th

เอกสารแนบ