เปลี่ยนการแสดงผล

ความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจอาเซียน - ญี่ปุ่น

ความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจอาเซียน – ญี่ปุ่น

(ASEAN-Japan Comprehensive Economic Partnership Agreement: AJCEP)

 

         การจัดทำความตกลง AJCEP มีการลงนามเมื่อวันที่ 14 เมษายน 2551 เริ่มมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2551 สำหรับไทย เริ่มมีผลใช้บังคับกับไทยตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2552

         ความตกลง AJCEP มีการปรับโอนพิกัดศุลกากรของกฎเฉพาะรายสินค้า (Product Specific Rules : PSRs) จาก HS 2002 เป็น HS2017 มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2566

         การใช้สิทธิประโยชน์ทางการค้าในการส่งสินค้าไปยังประเทศสมาชิกภายใต้ความตกลง AJCEP จะต้องปฏิบัติตามข้อบทความตกลง ระเบียบ ข้อกำหนด ดังนี้

vข้อบทความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจอาเซียน – ญี่ปุ่น

vบทที่ 3 กฎว่าด้วยถิ่นกำเนิดสินค้า

v ระเบียบวิธีปฏิบัติ (Operational Certificate Procedure: OCP)

vFIRST PROTOCOL TO AMEND THE AGREEMENT ON AJCEP

vข้อกำหนดเพื่อการปฏิบัติตาม (Implementing Regulation: IR)

vประกาศกรมการค้าต่างประเทศ เรื่อง การออกหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าตามความตกลงว่าด้วยความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจที่ครอบคลุมความตกลงต่าง ๆ ระหว่างประเทศสมาชิกสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และญี่ปุ่น พ.ศ. ๒๕๖๖

v Form AJ

v กฎเฉพาะรายสินค้า (Product Specific Rules: PSRs) HS 2017

 

  

ขั้นตอนการขอใช้สิทธิประโยชน์ทางการค้าภายใต้ AJCEP

1. ตรวจสอบอัตราภาษีนำเข้าของประเทศผู้นำเข้าสินค้า

ญี่ปุ่น ไทย เวียดนาม ลาว กัมพูชา เมียนมา มาเลเซีย บรูไน อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์

กรณี สิงคโปร์ สินค้าทุกรายการเป็นรายการสินค้าที่ได้รับสิทธิฯ

2. ตรวจสอบเกณฑ์การได้ถิ่นกำเนิดสินค้า

2.1.1 ผ่านเกณฑ์ Wholly Obtained

2.1.2 ไม่ผ่านเกณฑ์ Wholly Obtained

2.2 เป็นรายการสินค้าที่มีเกณฑ์การได้ถิ่นกำเนิดสินค้าระบุไว้เป็นการเฉพาะใน

ตารางกฎเฉพาะรายสินค้า (PSRs) หรือไม่

2.2.1 มีเกณฑ์การได้ถิ่นกำเนิดระบุไว้ใน PSRs

2.2.2 ไม่มีการเกณฑ์การได้ถิ่นกำเนิดระบุไว้ใน PSRs

2.3.1 ผ่านเกณฑ์การได้ถิ่นกำเนิดสินค้าที่ระบุไว้ใน PSRs

2.3.2 ผ่านเกณฑ์การได้ถิ่นกำเนิดสินค้าทั่วไป คือ RVC 40%* หรือ CTH**

3. ตรวจคุณสมบัติของสินค้าทางด้านถิ่นกำเนิด

3.1 กรณีสินค้า พิกัดศุลกากรตอนที่ ๐๑ ถึงตอนที่ ๒๔ กรอกข้อมูลในแบบขอรับการตรวจคุณสมบัติของสินค้าทางด้านถิ่นกำเนิด ตามที่กำหนดท้ายประกาศกรมการค้าต่างประเทศ เรื่อง การตรวจคุณสมบัติของสินค้าทางด้านถิ่นกำเนิดที่จะขอใช้สิทธิพิเศษทางด้านภาษีศุลกากร พ.ศ. ๒๕๖๒ ลงวันที่ ๑๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๒

3.2 กรณีสินค้าพิกัดศุลกากรตอนที่ ๒๕ ถึงตอนที่ ๙๗ ให้ตรวจคุณสมบัติของสินค้าทางด้านถิ่นกำเนิดในระบบตรวจคุณสมบัติของสินค้าทางด้านถิ่นกำเนิด (Rules of Origin Verification System: ROVERs) ของกรมการค้าต่างประเทศ (https://bit.ly/2JcNrin)

4. ยื่นคำขอการออกหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า (Form AJ) ในระบบการให้บริการออกหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า (https://edi.dft.go.th/)

5. รับหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า Form AJ ณ กรมการค้าต่างประเทศ หรือ หน่วยงานที่เลือก

6. จัดส่งหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า Form AJ ให้ผู้นำเข้า ณ ประเทศปลายทาง

เพื่อยื่นขอใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษี





*RVC 40%: Regional Value Content คือ เกณฑ์มูลค่าสัดส่วนวัตถุดิบในภูมิภาคไม่น้อยกว่าร้อยละ 40 ของมูลค่า FOB คำนวณโดยการใช้สูตร ดังนี้

                  

             โดยที่ VNM: Value of non-originating materials คือ มูลค่าวัตถุดิบที่ไม่ได้ถิ่นกำเนิดที่นำมาใช้ในกระบวนการผลิตสินค้า
**CTH: Change in Tariff Heading คือ เกณฑ์การเปลี่ยนพิกัดศุลกากรในระดับ 4 หลัก

 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม กองสิทธิประโยชน์ทางการค้า โทรศัพท์ 0 2547 5098

 

 

 เอกสารแนบ

ความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจอาเซียน – ญี่ปุ่น

(ASEAN-Japan Comprehensive Economic Partnership Agreement: AJCEP)

 

         การจัดทำความตกลง AJCEP มีการลงนามเมื่อวันที่ 14 เมษายน 2551 เริ่มมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2551 สำหรับไทย เริ่มมีผลใช้บังคับกับไทยตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2552

         ความตกลง AJCEP มีการปรับโอนพิกัดศุลกากรของกฎเฉพาะรายสินค้า (Product Specific Rules : PSRs) จาก HS 2002 เป็น HS2017 มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2566

         การใช้สิทธิประโยชน์ทางการค้าในการส่งสินค้าไปยังประเทศสมาชิกภายใต้ความตกลง AJCEP จะต้องปฏิบัติตามข้อบทความตกลง ระเบียบ ข้อกำหนด ดังนี้

vข้อบทความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจอาเซียน – ญี่ปุ่น

vบทที่ 3 กฎว่าด้วยถิ่นกำเนิดสินค้า

v ระเบียบวิธีปฏิบัติ (Operational Certificate Procedure: OCP)

vFIRST PROTOCOL TO AMEND THE AGREEMENT ON AJCEP

vข้อกำหนดเพื่อการปฏิบัติตาม (Implementing Regulation: IR)

vประกาศกรมการค้าต่างประเทศ เรื่อง การออกหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าตามความตกลงว่าด้วยความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจที่ครอบคลุมความตกลงต่าง ๆ ระหว่างประเทศสมาชิกสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และญี่ปุ่น พ.ศ. ๒๕๖๖

v Form AJ

v กฎเฉพาะรายสินค้า (Product Specific Rules: PSRs) HS 2017

 

  

ขั้นตอนการขอใช้สิทธิประโยชน์ทางการค้าภายใต้ AJCEP

1. ตรวจสอบอัตราภาษีนำเข้าของประเทศผู้นำเข้าสินค้า

ญี่ปุ่น ไทย เวียดนาม ลาว กัมพูชา เมียนมา มาเลเซีย บรูไน อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์

กรณี สิงคโปร์ สินค้าทุกรายการเป็นรายการสินค้าที่ได้รับสิทธิฯ

2. ตรวจสอบเกณฑ์การได้ถิ่นกำเนิดสินค้า

2.1.1 ผ่านเกณฑ์ Wholly Obtained

2.1.2 ไม่ผ่านเกณฑ์ Wholly Obtained

2.2 เป็นรายการสินค้าที่มีเกณฑ์การได้ถิ่นกำเนิดสินค้าระบุไว้เป็นการเฉพาะใน

ตารางกฎเฉพาะรายสินค้า (PSRs) หรือไม่

2.2.1 มีเกณฑ์การได้ถิ่นกำเนิดระบุไว้ใน PSRs

2.2.2 ไม่มีการเกณฑ์การได้ถิ่นกำเนิดระบุไว้ใน PSRs

2.3.1 ผ่านเกณฑ์การได้ถิ่นกำเนิดสินค้าที่ระบุไว้ใน PSRs

2.3.2 ผ่านเกณฑ์การได้ถิ่นกำเนิดสินค้าทั่วไป คือ RVC 40%* หรือ CTH**

3. ตรวจคุณสมบัติของสินค้าทางด้านถิ่นกำเนิด

3.1 กรณีสินค้า พิกัดศุลกากรตอนที่ ๐๑ ถึงตอนที่ ๒๔ กรอกข้อมูลในแบบขอรับการตรวจคุณสมบัติของสินค้าทางด้านถิ่นกำเนิด ตามที่กำหนดท้ายประกาศกรมการค้าต่างประเทศ เรื่อง การตรวจคุณสมบัติของสินค้าทางด้านถิ่นกำเนิดที่จะขอใช้สิทธิพิเศษทางด้านภาษีศุลกากร พ.ศ. ๒๕๖๒ ลงวันที่ ๑๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๒

3.2 กรณีสินค้าพิกัดศุลกากรตอนที่ ๒๕ ถึงตอนที่ ๙๗ ให้ตรวจคุณสมบัติของสินค้าทางด้านถิ่นกำเนิดในระบบตรวจคุณสมบัติของสินค้าทางด้านถิ่นกำเนิด (Rules of Origin Verification System: ROVERs) ของกรมการค้าต่างประเทศ (https://bit.ly/2JcNrin)

4. ยื่นคำขอการออกหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า (Form AJ) ในระบบการให้บริการออกหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า (https://edi.dft.go.th/)

5. รับหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า Form AJ ณ กรมการค้าต่างประเทศ หรือ หน่วยงานที่เลือก

6. จัดส่งหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า Form AJ ให้ผู้นำเข้า ณ ประเทศปลายทาง

เพื่อยื่นขอใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษี





*RVC 40%: Regional Value Content คือ เกณฑ์มูลค่าสัดส่วนวัตถุดิบในภูมิภาคไม่น้อยกว่าร้อยละ 40 ของมูลค่า FOB คำนวณโดยการใช้สูตร ดังนี้

                  

             โดยที่ VNM: Value of non-originating materials คือ มูลค่าวัตถุดิบที่ไม่ได้ถิ่นกำเนิดที่นำมาใช้ในกระบวนการผลิตสินค้า
**CTH: Change in Tariff Heading คือ เกณฑ์การเปลี่ยนพิกัดศุลกากรในระดับ 4 หลัก

 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม กองสิทธิประโยชน์ทางการค้า โทรศัพท์ 0 2547 5098