เปลี่ยนการแสดงผล

แสดงรายละเอียด ข่าวกรมการค้าต่างประเทศ

 คต. เผยผลตรวจสอบถิ่นกำเนิดสินค้าย้อนหลัง Form AK ผ่านฉลุย| 106 

คต. เผยผลตรวจสอบถิ่นกำเนิดสินค้าย้อนหลัง Form AK ผ่านฉลุย

กรมการค้าต่างประเทศนำศุลกากรเกาหลีตรวจสอบโรงงานผลิตไทยถึงจังหวัดระยองนานร่วม 1 สัปดาห์ หลังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับถิ่นกำเนิดสินค้าในการขอใช้สิทธิพิเศษส่งออก สุดท้ายผ่านฉลุย คาดช่วยเพิ่มความมั่นใจและทำให้สินค้าไทยส่งออกได้เพิ่มขึ้น พร้อมแนะผู้ประกอบการเก็บเอกสารไว้ให้ดี เพื่อรองรับการตรวจสอบย้อนหลัง

นายอดุลย์ โชตินิสากรณ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กล่าวว่า กรมฯ และศุลกากรสาธารณรัฐเกาหลี (KCS) ได้เดินทางไปตรวจสอบย้อนหลัง (Post Verification) การผลิตสินค้าของผู้ประกอบการที่จังหวัดระยอง เมื่อกลางเดือนมกราคม 2562 ที่ผ่านมา เป็นระยะเวลาประมาณ 1 สัปดาห์ เนื่องจากศุลกากรสาธารณรัฐเกาหลี มีข้อสงสัยเกี่ยวกับถิ่นกำเนิดสินค้าที่ผู้ประกอบการไทยได้มีการชี้แจงข้อมูลวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตในหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า Form AK มีความคลาดเคลื่อนหลายครั้ง จึงทำให้เกิดความสงสัยและขอตรวจสอบ ซึ่งผลการตรวจสอบปรากฏว่าผู้ประกอบการสามารถแสดงข้อมูลการผลิตสินค้าได้ครบถ้วนตามที่ศุลกากรสาธารณรัฐเกาหลีร้องขอ และไม่ติดใจในกระบวนการผลิตของไทย ซึ่งต่อไปจะทำให้สินค้าไทยส่งออกไปยังเกาหลีได้สะดวกมากขึ้น

ทั้งนี้ กฎถิ่นกำเนิดสินค้าภายใต้ความตกลงการค้าเสรีอาเซียน-เกาหลี กำหนดให้ผู้ประกอบการส่งออกสามารถใช้ได้ 2 เกณฑ์ คือ (1) เกณฑ์ %RVC ไม่น้อยกว่าร้อยละ 40 คือ มีมูลค่าการผลิตและการใช้วัตถุดิบที่ได้ถิ่นกำเนิดในประเทศไทยหรือในภูมิภาคอาเซียนไม่น้อยกว่าร้อยละ 40 และ (2) เกณฑ์ CTH คือ มีการใช้วัตถุดิบนำเข้าที่มีพิกัดศุลกากรแตกต่างจากสินค้าที่ส่งออกในระดับ 4 หลัก

สำหรับแนวทางการตรวจสอบย้อนหลังของศุลกากรสาธารณรัฐเกาหลีจะตรวจตามเกณฑ์ที่ระบุใน Form AK โดยกรณีที่ต้องมาตรวจสอบโรงงานดังกล่าว เพราะผู้ประกอบการไทยได้ระบุเกณฑ์ %RVC KCS ทำให้ต้องตรวจสอบหลักฐานเอกสารอย่างละเอียด เช่น รายการวัตถุดิบ (Bill of Materials: BOM) ใบเสร็จในการซื้อวัตถุดิบ รายการต้นทุนการผลิตทั้งวัตถุดิบในประเทศและนำเข้า ใบขนสินค้าขาออก Bill of Lading (B/L) รายชื่อลูกค้า สัญญาซื้อขายสินค้ากับลูกค้า เป็นต้น ทำให้ผู้ประกอบการต้องจัดเตรียมเอกสารมากและใช้ระยะเวลาในการตรวจสอบนาน

“กรมฯ มีข้อแนะนำว่า หากผู้ประกอบการสามารถผลิตสินค้าได้ถิ่นกำเนิดไทยโดยผ่านทั้งสองเกณฑ์ดังกล่าวข้างต้น ก็ควรจะระบุเกณฑ์ CTH ลงใน Form เพื่อให้สะดวกต่อการพิสูจน์ถิ่นกำเนิดสินค้าโดยไม่ต้องคำนวณ %RVC ตามราคา FOB ที่เปลี่ยนแปลงทุก Shipment และต้องเก็บหลักฐานเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการผลิตทั้งหมดไว้ไม่น้อยกว่า 3 ปี เพื่อรองรับการตรวจสอบย้อนหลังจากศุลกากรประเทศปลายทางหรือของกรม”นายอดุลย์กล่าว

นายอดุลย์กล่าวว่า ผู้ประกอบการที่ต้องการใช้สิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรในการส่งออกสินค้าไปยังประเทศต่างๆ ที่ไทยได้ทำความตกลงการค้าเสรี (FTA) เช่น อาเซียน จีน เกาหลี อินเดีย ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ เป็นต้น กรมฯ มีระบบอำนวยความสะดวกในการตรวจสอบคุณสมบัติด้านถิ่นกำเนิดสินค้าหรือตรวจต้นทุนว่าได้ถิ่นกำเนิดไทยหรือไม่ ซึ่งเป็นเพียงการตรวจต้นทุนเบื้องต้น เพื่อให้ผู้ประกอบการมีความรู้ความเข้าใจในการพิจารณาเกณฑ์ถิ่นกำเนิดสินค้า ซึ่งมีความแตกต่างกันในแต่ละความตกลง

อย่างไรก็ตาม เมื่อผู้ประกอบการส่งออกสินค้าโดยใช้หนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า จะต้องมีการตรวจต้นทุนด้วยตนเองในทุก Shipment และต้องเก็บหลักฐานเอกสารการได้มาของวัตถุดิบ รวมถึงเอกสารต่างๆ ที่เกี่ยวข้องไว้ เพื่อรองรับกรณีการขอตรวจสอบในภายหลังจากหน่วยงานของประเทศผู้นำเข้าหรือกรมการค้าต่างประเทศ

ผู้ประกอบการสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่กองบริหารการนำเข้าและรับรองถิ่นกำเนิด โทร.สายด่วน 1385 หรือเว็บไซต์กรมการค้าต่างประเทศ www.dft.go.th

***************************

เอกสารแนบ